TH
×

More privileges
on onesiam application

แมชชุดให้ปัง กับโปรดิวเซอร์หนังดังแห่งปี “ฮาว ทู ทิ้ง”

โปรดิวเซอร์ และคอสตูมดีไซเนอร์สาวสายมินิมอล ผู้คว้ารางวัลระดับเอเชีย จากหนังดัง”ฮาว ทู ทิ้ง ทิ้งอย่างไรไม่ให้เหลือเธอ”

เมื่องานที่รัก มารวมกับสิ่งที่ชอบ เกิดเป็นแรงส่งผลให้ คุณซีดี พัชรินทร์ สุระวัฒนาพงศ์ โปรดิวเซอร์ และคอสตูมดีไซน์เนอร์ ก้าวไปเป็นสาวไทยเพียงหนึ่งเดียวที่ได้ขึ้นมาอยู่บนเวที Asian Film Awards ครั้งที่ 14 เวทีของคนทำหนังระดับเอเชีย และคว้ารางวัล Best Costume Designer จากภาพยนตร์เรื่อง ฮาว ทู ทิ้ง ทิ้งอย่างไรไม่ให้เหลือเธอ  ผลงานของผู้กำกับ คุณเต๋อ นวพล ธำรงรัตนฤทธิ์ ภาพยนตร์เรื่องนี้ นอกจากจะเรียกน้ำตาล้นจอจากคนดูและยังเป็นการปลุกกระแสมินิมอลลิสซึ่มขึ้นมาอีกครั้ง เกิดเป็นกระทู้ตามหาไอเท็มน้อยแต่มากแบบจีน และเอ็มกันอย่างมากมายเลยทีเดียว  โดดเด่นขนาดนี้ ONESIAM เลยขอชวนคุยถึงสไตล์ และแนวคิดด้านแฟชั่น ไอเท็มเด็ดๆในสายตามินิมอลลิส รวมถึงการทำงานในแบบของเธอมารวมไว้ในที่นี่ ที่เดียว!


นิยามของคำว่ามินิมอล
คุณซีดีให้คำจำกันความของมินิมอลในแบบของเธอว่า “มินิมอลคือไสตล์ที่จะอยู่ไปได้ตลอดกาล ด้วยความเรียบง่าย ใส่สบาย พอใส่แล้วสบายกาย ก็จะสบายใจ อยากใส่ต่อไปเรื่อยๆ แต่ในความมินิมอล ไอเท็มแต่ละชิ้นก็มีความแตกต่างกัน อย่างคัตติ้ง การตัดเย็บ หรือเนื้อผ้า ซึ่งพวกนี้จะให้ความรู้สึกเวลาใส่แตกต่างกันไปในแต่ละวัน”

“เรารู้สึกว่าการแต่งตัวของแต่ละคนมันจะมาจากการไลฟ์สไตล์ส่งผลให้เป็นแบบนั้นๆ อย่างน้องที่รู้จักกันต้องไปอยู่ต่างประเทศ ด้วยพื้นที่ที่จำกัด เสื้อผ้าแต่ละชิ้นมันต้องได้รับการเลือกมาแล้ว ในตู้ของน้องก็จะมีแต่สีขาวที่ใส่ง่ายๆทั้งตู้ คอนเซ็ปต์มินิมอลก็เลยเกิดขึ้นเองโดยธรรมชาติ”


เสื้อผ้าระบุตัวตน
เสื้อผ้าจึงไม่เพียงแต่เพื่อความสวยงามภายนอกเท่านั้น แต่ในหลายๆครั้ง เสื้อผ้าเป็นเหมือนกระจกสะท้อนตัวตน ลักษณะนิสัย บุคลิคและ ไลฟ์สไตล์ของคนนั้นๆด้วย คุณซีดีเล่าต่อว่า “ส่วนตัวเป็นคนที่ชอบใส่เสื้อยืด กับเสื้อเชิตแขนสั้นที่จะเป็นผ้าบางๆใส่สบายๆหน่อย อาจเพราะได้อิทธิพลมาจากพี่ชายเลยแต่งตัวตามเขา ก็จะเอาเสื้อยืดของพี่ๆมาใส่  เลยรู้สึกเป็นตัวเวลาใส่เสื้อผ้าของผู้ชาย มากกว่าการใส่กระโปรง หรือเสื้อผ้าที่เป็นแบบระบายๆแบบผู้หญิง”

“อย่างเสื้อผ้าของ Greyhound เราก็จะรู้สึกว่าเป็นแนวที่เราชอบ เพราะจะมีความเป็น Unisex คือผู้ชาย ผู้หญิงใส่ข้ามกันได้ และมีสไตล์ที่เรียบๆ ไม่เยอะไม่น้อยเกินไป ดูแล้วเข้ากับเรา อย่างเสื้อเชิ้ตตัวนี้ชอบมาตั้งนานแล้ว เพราะเนื้อผ้าดูใส่สบาย แล้วก็มีลูกเล่นตรงลายเงาบางๆเหมือนเราไปนั่งอยู่ใต้ต้นไม้”
 


เสื้อเชิ้ต จาก Greyhound Original ชั้น 1 Siam Center ราคา 3,500 บาท


“เสื้อยืด ก็จะเป็นอีกแบบที่ชอบใส่เป็นประจำ อย่างเสื้อเบสิค ของ Smileyhound ที่ถ้าได้ลองแล้วจะรู้เลยว่าคัตติ้งดีมาก ใส่ได้ทั้งผู้ชายผู้หญิง แค่จับคู่กับกางเกงยีนส์ตัวนึงก็นออกจากบ้านได้แล้ว”
 



เสื้อ Basic T-Shirt จาก Smileyhound ชั้น 1 Siam Center ราคา 1,195 บาท


คุณซีดี ยังเล่าต่อว่า “ปกติเวลาออกจากบ้านจะชอบใส่เสื้อแบบคุมโทน จะไม่ค่อยใส่สีตัดกัน เลยกลายเป็นภาพจำสำหรับคนอื่น ว่าเราจะเป็นแนวสี Monotone อย่างวันนี้ที่มีความเป็นยีนส์ สีฟ้า ก็จะเป็นสีฟ้า หรือน้ำเงินเป็นหลัก แค่คนละโทนกัน อย่างแจ็คเก็ตตัวนี้ของ Taktai จริงๆคือมี 2 สี น่ารักทั้งคู่ แต่ถ้าเป็นเราในวันนี้ก็จะเลือกใส่สีน้ำเงิน”
 


Oversize Fringe Jacket จาก Taktai ชั้น1 Siam Center ราคา 3,990 บาท


“ส่วนกระเป๋าก็แล้วแต่วัน บางวันเราจะเลือกแบบที่คุมโทนให้สีใกล้เคียงกัน หรือบางวันก็เป็นกระเป๋าที่สีโดดออกมา เป็นไอเท็มเด่นของวันนั้นๆ แล้วแต่อารมณ์ อย่างใบนี้ที่สามารถปรับสายเป็นครอสบอดี้ ก็จะให้ความคล่องตัว ทะมัดทะแมงมากขึ้น”
 


Top Handle Natural Sisal Bag จาก Taktai ชั้น1 Siam Center ราคา 2,290 บาท
 

Natural Sisal Pleated Bag จาก Taktai ชั้น1 Siam Center ราคา 4,390 บาท


เสื้อผ้าสร้างคาแรกเตอร์
คุณซีดีเล่าว่า “พอเราใส่เสื้อผ้าที่เป็นแนวเรา เราเลือกจะใส่แบบเดิมๆทุกวัน มันก็จะกลายเป็นคาแรกเตอร์ หรือไอดีของเราไปเอง คอนเซปต์พวกนี้อินสไปร์ให้เราไปใช้ในงานของเราได้ด้วย อย่างคาแรกเตอร์ จีน เอ็ม ในหนัง ฮาว ทู ทิ้ง เรื่องนี้ตอนทำเหนื่อยมาก เพราะถึงจะบอกว่าจีนใส่เสื้อขาวตลอด แต่จริงๆคือเสื้อทุกตัวมีรายละเอียด มีคัตติ้ง และเท็กซ์เจอร์ต่างกัน  ความรู้สึกในแต่ละวันก็จะไม่ซ้ำกัน”


“นอกจากบุคลิก การเดิน การนั่งแล้ว เสื้อผ้าทุกชิ้นก็ช่วยสร้างคาแรคเตอร์ของผู้ใส่ให้ชัดเจนยิ่งขึ้น เวลาที่เราทำงานกับพี่เต๋อ จะก็เป็นเรื่องบุคลิคเกสเจอร์ครึ่งนึง และเสื้อผ้าช่วยอีกครึ่งนึง อย่างของ Greyhound เราก็เอาไปใช้ในงานบ่อยเหมือนกันเพราะมีความหลากหลาย อย่างเสื้อตัวนี้ ด้วยเท็กซ์เจอร์เป็นขนนุ่มๆ ดูสบายๆ  หรือ ตัวที่เป็นพองๆ หนาๆ ให้ความรู้สึกเหมือนหน้าหนาวให้ความรู้สึกนุ่มนิ่ม น่ากอด และช่วยสร้างคาแรกแตอร์ที่ดูอบอุ่น อ่อนโยน  แต่ด้วยความเป็นใยสังเคราะห์ และทรงแขนสั้นเลยยังใส่สบาย เอาไปแมชกับกางเกงขาสั้นสักตัว ก็จะดูโดดเด่นคาแรกเตอร์ชัดเจน”
 

เสื้อเชิ้ต Spring Summer 2020 คอลเลคชั่น จาก Greyhound ราคา 1,900 บาท
 


เสื้อเชิ้ตคอลเลคชั่น Quilted จาก Greyhound ราคา 4,500 บาท


“อย่างตัวนี้เป็นความชอบส่วนตัว เราขอเรียกเป็นกางเกงใส่ออกกอง ด้วยลักษณะที่มีกระเป๋ากับช่องเล็กช่องน้อย สารพัดประโยชน์  มีความเป็นยูทิลิตี้ หรือสารพัดประโยชน์ และผ้าแบบสปอร์ตไม่ต้องกลัวยับ ให้คาแรกเตอร์แบบสมบุกสมบัน พร้อมลุย เป็นลุคแบบคนทำงานในกองถ่ายแบบเรา”
 


กางเกงคอลเลคชั่น Utility จาก Greyhound ราคา 4,500 บาท


คุณซีดียังเล่าต่อว่า “จริงๆไอเท็มเดียวกัน แค่เราเอามาจับคู่เปลี่ยนไปมา ก็เปลี่ยนคาแรคเตอร์ได้ อย่างกางเกงของ Taktai ตัวนี้ สามารถเอามาจับคู่กับเสื้อเชิต ใส่ในวันที่อยากได้ลุคแบบโปรเฟสชั่นแนล หรือวันที่ประชุมได้เลย  หรือจะใส่ในวันสบายๆออกไปเที่ยว ก็สามารถใส่ไปจับคู่กับเสื้อยืด หรือเสื้อกล้ามก็จะได้อีกคาแรคเตอร์ที่ต่างกันอย่างสิ้นเชิง”
 

กางเกง Semi-Wraped Pants จาก Taktai ราคา 3,290 บาท
 

เสื้อเชิ้ตจาก Smileyhound ราคา 2,295 บาท
เสื้อยืดจาก Smileyhound ราคา 1,195 บาท


เสื้อผ้าบ่งบอกเวลา
ถ้าหนังเหมือนรูปถ่ายของยุคสมัย เสื้อผ้าหรือแฟชั่นในหนังก็เป็นเหมือนตัวบอกเวลา คุณซีดีเล่าว่า “คาแรคเตอร์ในหนัง อย่างจีน หรือ พิงค์ ป็นเหมือนตัวแทนของวัยรุ่นบางกลุ่มในยุคปัจจุบันมากๆ เทรนด์ที่เน้นความน้อยๆ เรียบๆ  ไม่แต่งตัวเยอะ แต่จะมีแค่ 2 – 3 ชิ้น แล้วดูดี”

มีความเป็นคนรุ่นใหม่ ความ eco friendly  เช่นการใช้ถุงผ้า ถือขวดน้ำ อย่างแคนวาสใบนี้ของ Smileyhound ที่มีความเป็นวัยรุ่นสยามมากๆ มีฟังชั่นตอบโจทย์ ทั้งช่องใส่ขวดน้ำ ใส่โทรศัพท์ต่างๆ ไม่ต้องเยอะ แต่ใช้งานได้จริงแค่นี้พอแล้ว”
 

กระเป๋า Tote bag จาก Smileyhound ราคา 1,250 บาท


“รวมถึงเทรนด์การเอาของที่เคยเห็นจนคุ้นตา มาปรับรูปลักษณ์ใหม่ให้ใช้ได้จริง แบบกระเป๋าใบนี้ของ Greyhound ที่เหมือนเป็นด้านในของสูทแล้วก็มาทำเป็นกระเป๋าสะพาย ด้วยรายละเอียดน่ารักๆพวกนี้ แหละ ถึงเราจะเป็นคนที่แต่งตัวไม่เยอะ แต่สะพายใบนี้เข้าไปก็ดูมีอะไรขึ้นแล้ว”
 

กระเป๋าคอลเลคชั่น Repeat จาก Greyhound ราคา 2,500 บาท


เรื่องราวของแฟชั่น และวงการภาพยนตร์ เป็นเหมือนเส้นคู่ขนานที่เรียบเคียงกันไป สามารถเดินตามลายแทงและมาช๊อปทุกอินสไปร์ไอเท็มได้เลย ที่ Greyhound, Smileyhound และ Taktai ชั้น 1 Siam Center