EN
×

น้ำมันบำรุงผิวแบรนด์ไทย ที่มาจากความเชื่อว่าผิวต้องได้รับสิ่งที่ดีที่สุด และบริสุทธิ์ที่สุดเท่านั้น!

Brisuthi แบรนด์สกินแคร์ที่มีส่วนผสมหลักเป็นสารสกัดน้ำมันจากพืชธรรมชาติจากทั่วมุมโลก

เราได้เจอกับคุณนิค จักรพงศ์ ทองสกุล ชายหนุ่มแววตาใสกับรอยยิ้มตลอดเวลา เขาคือชายหนุ่มอายุ 32 ปีที่มีแบรนด์สกินแคร์เป็นของตัวเองชื่อว่า “บริสุทธิ์” หรือ “Brisuthi” แปลตรงตัวกับชื่อแบรนด์เลยคือ ทุกสิ่งมาจากธรรมชาติล้วนๆ ที่บริสุทธิ์ที่สุด เขาฝันมาเป็นสิบปีแล้วว่าอยากหาสกินแคร์ที่ดีที่สุดให้ผิวหน้า เขาค้นคว้า ทดลอง และในที่สุดเขาก็ได้สร้างแบรนด์ของตัวเองขึ้นมาจริงๆ
 
 
 
 
วันนี้ Brisuthi เป็นแบรนด์สกินแคร์มีส่วนผสมหลักเป็นสารสกัดน้ำมันจากพืชธรรมชาติ พืชเด่นของคุณนิคคือ Prickly Pear เป็นที่รู้กันในวงการบิวตี้ทั่วโลกว่า พริคลี่ย์ แพร์คือน้ำมันสกัดที่มีสารที่ดีที่สุดสำหรับบาลานซ์ผิวหน้า Brisuthi ออกขายในไทยเมื่อปลายปี 2017 ขายที่ สยามดิสคัฟเวอรี่ที่เดียว ภายในสามเดือน บริสุทธิ์ก็กลายเป็นสินค้าขายดี ยอดขายเกินคาด ถูกใจทั้งคนไทย และนักท่องเที่ยว คุณนิคเลยมานั่งคุยกับเรา เรื่องเล่าของคุณนิค และแบรนด์บริสุทธิ์ อินสไปร์ทุกคนแน่นอน คุณนิคเริ่มเล่าว่า…
 
 
 

ไม่ได้เรียน ไม่ได้ทำงานอะไรแนวนี้มา แค่ใจที่ชอบเท่านั้น

คุณนิคเรียนจบคณะพาณิชย์ศาสตร์และการบัญชี มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ทำงานเป็นติวเตอร์สอนหนังสือมาตั้งแต่ปีหนึ่ง และสอนเรื่อยมาอีกแปดปี แต่จุดเริ่มต้นที่เกิดเป็นแบรนด์ Brisuthi เริ่มมาตั้งแต่ตอนคุณนิคเรียนจบแล้ว “ชอบเรื่องสกินแคร์มาก ชอบน้ำหอมด้วย ก็เลยศึกษาเรื่องส่วนผสมแบบเชิงลึกเลย แล้วซื้อมาลองใช้เยอะมากๆ พอลองแล้วเลยเกิดความสงสัยว่าทำไมตัวนี้ราคาตั้งห้าหมื่นบาทนะ เขาใช้เทคโนโลยีอะไรเหรอ ตอนนั้นจะลองสกินแคร์แนวที่ส่วนผสมเป็นสารเคมี แล้วชอบลองแบรนด์ที่เป็นตลาดนิช มาร์เก็ต คือบอกเลยว่าอะไรดีเป็นหมื่นเป็นแสนก็จะซื้อมาลอง” สิ่งที่คุณนิคได้จากการลองก็คือ เข้าใจเรื่องส่วนผสมมากๆ และเกิดความบรรลุว่าแบรนด์ที่ราคาแพงๆ บางแบรนด์ก็อาจไม่ได้ทำให้ประทับใจขนาดนั้น แต่แบรนด์ที่ราคาธรรมดาๆ บางตัว แต่ปรากฏว่าชอบกว่ามากก็มี
 
 
 

คอนเซ็ปต์ที่จุดประกายตอนนั้น คือต้องดี!

พอได้ใช้สกินแคร์ไปเรื่อยๆ คุณนิคก็ไปเจอกับปรัชญาของแบรนด์กันแดดแบรนด์หนึ่งที่รู้สึกว่าจุดประกายเลย “คือไปเจอแบรนด์กันแดดที่ใช้แบรนด์หนึ่ง เขาบอกว่าเขาใส่สิ่งที่ดีที่สุดของโลกตอนนี้ในผลิตภัณฑ์เขา เขาขายราคาอะไรก็ได้ เขาให้คุณภาพเป็นตัวลีดทุกอย่างต่อมาเอง” คุณนิคบอกว่าเป็นครีมที่ตั้งราคาหนึ่งพันดอลลาร์ ใช้เทคโนโลยีช่วยต้านมะเร็งผิวหนัง ทาแล้วแก้ปัญหาเฉพาะจุดให้ผิว คือจะมาแนวฉันมั่นว่าฉันมีดี ไอเดียนี้เลยเข้าไปกระตุกอินเนอร์คุณนิค มีผลทำให้ Brisuthi ต้องหาสารสกัดที่ดีที่สุดสำหรับผิวหน้าในเวลาต่อมาด้วย
 
 
 

ใช้ทุกอย่างจนครบ ไม่มีอะไรท้าทายแล้ว ถ้าอย่างนั้นทำเองน่าจะคือคำตอบ

“ชอบบิวตี้มาตลอด ใช้มาจนไม่มีอะไรทำให้เราตื่นเต้นแล้ว ก็อยากมีผลิตภัณฑ์ของตัวเองแล้วล่ะ แต่ไม่รู้จะเริ่มยังไงดี?” คุณนิครู้สึกแบบนี้ตอนอายุเข้ายี่สิบต้นๆ คุณนิคเข้าใจทุกอย่างลึกซึ้งมาก เล่าให้เราฟังต่อว่า “เรารู้หมดว่าสารสกัดมีราคาเท่าไหร่ จากไม่ถึงบาท จนไปถึงแสนบาทของวิตามินซีบางตัวก็มี เรารู้เรื่องการแตกตัว การนำพา การละลายของสารต่างๆ อย่างถ้าอยากให้สารลงลึกก็ต้องไปผูกตัวกับทอง ต้องมีทองคำผสมลงไป เพราะครีมคือน้ำ ลงไปใต้ผิวไม่ได้ สิ่งที่จะลงผิวได้ลึกก็จะมีน้ำมัน แร่ธาตุ”
 
 
 
 
คุณนิคคิดต่อว่าถ้าเริ่มทำผลิตภัณฑ์บิวตี้ขึ้นมา ต้นทุนน่าจะสูงอยู่มาก “คิดเลยว่าจะเริ่มจากอะไรดี อยากให้เราเป็นแบรนด์ไทยที่ไปเมืองนอกแล้วสู้เขาได้ แต่ถ้าจะเอาดีสุดคงต้องใช้เงินเป็นร้อยล้าน ไม่น่าจะไหว” คุณนิคเลยหันกลับมาหาอะไรที่ใกล้ๆ ตัวกว่านั้น “เลยขอกลับมาเบสิคเลยแล้วกัน ถามตัวเองว่าอะไรที่เข้าไปถึงผิวชั้นในได้ คำตอบคือน้ำมัน” คราวนี้คุณนิคเลยศึกษาเรื่องน้ำมันเต็มที่ไปเลย ก็เลยไปเจอว่า “สงสัยว่าทำไมน้ำมันถึงรักษาสิวได้ พอไปค้นเพิ่ม อ๋อ! น้ำมันมีกรดไลโอเลอิค มีโอเมก้า อย่างอาร์แกน ออยล์ มีไลโอเลอิคเยอะมาก ซึ่งเป็นกรดที่เข้าไปช่วยควบคุมการผลิตต่อมไขมันใต้ผิว ถ้าผิวมีตัวนี้เยอะ ก็จะไม่ค่อยเป็นสิว ไม่แพ้อะไรง่าย เลยคิดต่อว่าเราใช้น้ำมันที่ธรรมชาติให้สิ่งดีๆ มานี่ได้เลยนี่นา”
 
 
 

มาเจอว่าน้ำมันใน Prickly Pear มีไลโอเลอิคเยอะที่สุด!

คุณนิคไม่หยุดแค่อาร์กาน ออยล์ ค้นหาต่อก็เลยมาเจอว่า “จริงๆ น้ำมันที่มีไลโอเลอิคเยอะที่สุดคือ Prickly Pear เลยนะ อยู่ที่โมร็อคโค และแพงที่สุดในโลกด้วย” ความแพงของพริคลีย์ แพร์คือต้องใช้ปริมาณถึง 8 ตัน ถึงจะได้น้ำมัน 1 ลิตร! แต่คุณนิคก็ไม่ถอย คิดแล้วว่าต้องดีที่สุดเท่านั้นสิถึงจะใช่ “เอาเลย ต้องเป็นพริคลีย์ แพร์แน่นอน ก็เลยหาฟาร์มที่ใช้ ต้องมีเซอร์ติฟายด์นะถึงจะโอเค แล้วเราจะให้คงความเป็นน้ำมันธรรมชาติไว้ กลิ่นก็เลยจะถั่วๆ ซึ่งไม่เป็นไร เราค่อยเอามาเล่าเรื่องให้คนเข้าใจต่อได้ เลยตัดสินใจลุยเลย!”
 
 
 
 
ออร์เดอร์แรกคุณนิคสั่งพริคลีย์ แพร์, โรส วอเตอร์ และอาร์กาน ออยล์มาทำ สั่งแบบต้นทุนไม่ได้มีเยอะอะไรมาก แต่ใจมาเต็มแล้ว “ตอนรอของนี่ตื่นเต้นมาก เอาแล้วนะ ตายๆๆๆๆ จะขายได้มั้ยเนี่ย แล้วพอได้รับของ เราเอามาลองใช้ก่อนเลย พอใช้แล้ว เอ๊ย!! ดี!! ทำไมเป็นน้ำมันที่ทากลางวันก็ได้ ทากลางคืนก็ได้ บาลานซ์ผิวมาก แล้วทาสิว สิวก็แห้งจริงๆ” คุณนิคยังได้เอาไปให้เพื่อนที่เป็นสิวหนักๆ ลองใช้ ผลก็คือสิวแห้งไปจริงๆ “งงมาก คือระหว่างวันหน้าจะมันน้อยลง ไลโอเลอิคจะไปคุมซีบัม จะไปสั่งงานให้ผิวผลิตซีบัมให้เป็นปกตินะ แล้วพอผิวหน้าสมดุล เราจะเห็นผลเลยว่าผิวดีขึ้นมาก” หลังจากลองใช้แล้ว คอนเฟิร์มว่าน้ำมันจาก Prickly Pear ดีที่สุดจริงๆ “ตัวนี้ดีครบจริงๆ มีวิตามินอีสูงกว่าอาร์กาน ออยล์ 150% เป็นตัวที่ทาใต้ตาได้ด้วย แล้วมันง่าย มันบริสุทธิ์ ไม่ต้องมีอะไรเยอะ” น้ำมันพริคลีย์ แพร์เลยกลายเป็นโปรดัคท์เด่นของแบรนด์ Brisuthi ไป
 
 
 

Brisuthi ไม่ได้มีแค่พริคลีย์ แพร์ ผลิตภัณฑ์อื่นก็ดีไม่แพ้กัน

พอได้พริคลีย์ แพร์ที่เห็นผลชัดๆ ว่าผิวดีขึ้นมากหลังใช้แล้ว คุณนิคก็ออกผลิตภัณฑ์อื่นตามมาคือ อาร์กาน ออยล์ ที่คุณนิคเอามาผสมทำเป็นแฮร์แคร์แทน “อาร์กานจะช่วยลดเรื่องผมหงอก ใช้แล้วผมนุ่ม แล้วตรงที่หงอกพอขึ้นมาใหม่ผมก็จะดำ ช่วยลดผมร่วงด้วย” อันนี้คุณนิคยืนยันเพราะได้ไปทดลองให้คุณแม่ใช้ ปรากฏว่าเวิร์ค! “แม่ผมร่วงหนักมาก พอใช้แล้วผมร่วงลดลงจริงๆ มีลูกผมขึ้นมาเลย บางคนเอาไปทาคิ้วด้วยนะ”

ตัวที่ชนะใจทุกคนอีกตัวที่คุณนิคสร้างขึ้นก็คือ อาฟริกัน บาวบับ ออยล์ คลีนเซอร์ “อันนี้เป็นออยล์ล้างหน้าที่ฟอง จะล้างทุกอย่างออก ล้างแล้วผิวนุ่มลื่น ไม่มันเลย ผิวจะเฟรชมาก เป็นตัวที่ขายดีมากของเรา” และตามมาติดๆ คือ โรส วอเตอร์ “เป็นน้ำกุหลาบสดๆ ที่เข้มข้นบริสุทธิ์ ฉีดผิวหน้าผิวจะสดชื่น ผ่อนคลายมาก มีวิตามินซ๊ มีฟีนอลเยอะ จะช่วยปกป้องผิวระหว่างวันได้ เมคอัพไม่หลุดเลย” คอนเฟิร์มว่าหอมกุหลาบอย่างแรง และไม่ค่อยได้กลิ่นกุหลาบแท้แบบนี้ในแบรนด์ไหน เป็นอีกผลิตภัณฑ์ที่ลูกค้าชื่นชอบกัน
 
 
 
 
และตัวที่คุณนิคลุ้นว่าลูกค้าจะชอบมั้ยอีกตัวคือ นัวร์ มาสก์ เป็นดินจากภูเขาไฟของโมร็อคโค กลิ่นจะมายังไงก็เป็นยังนั้นเลย มาสก์หน้าทิ้งไว้ เอาผ้าขนหนูแช่น้ำอุ่นแล้วมาเช็ด ผิวจะสด นุ่ม สะอาด และไม่มีทางผิวแห้งเลย เป็นอีกตัวที่คุณนิคบอกว่า “ลูกค้ากลับชอบ อันนี้เหนือความคาดหมายทีเดียว”
 
 
 

เข้ามาขายที่สยามดิสคัฟเวอรี่ได้ไม่กี่เดือน คนก็ชอบกันมาก

หลังจากที่คุณนิคได้ผลิตภัณฑ์ที่มั่นใจในคุณภาพว่าดีที่สุดแน่นอนแล้ว ก็ถึงเวลาวางขาย “ตอนแรกกะจะขายแค่ในออนไลน์อย่างเดียว ไม่คิดว่าจะได้ขายในห้าง เพราะเรามาร์คอัพราคาน้อยมากๆ อยากให้ทุกคนได้ใช้ ก็เลยไปลดต้นทุนตรงแพคเกจจิ้ง มาร์เก็ตติ้งแทน คือลุ้นเลย เพราแทบจะไม่ทำการตลาดอะไรเลย” แต่สยามดิสคัฟเวอรี่นี่ล่ะมาเห็นผลิตภัณฑ์ของคุณนิคเข้า “สยามดิสคัฟเวอรี่มาเจอเรา เลยชวนมาขาย เป็นที่แรกที่วางขายเลย แล้วก็ไม่คิดอยากจะวางที่ไหนแล้วนะ อยากให้เป็นนิช มาร์เก็ต มีแค่ที่นี่กับในออนไลน์”
 
 
 
 
Brisuthi ใช้เวลาพัฒนาผลิตภัณฑ์ทั้งหมดมา 8 ปีเต็ม จากความเชื่อของคุณนิคว่า “เรามีผิวแบบไหน เราก็รักผิวเราแบบนั้นเถอะ สีผิวอะไรก็ได้ขอให้ผิวเราดี ให้ผิวเรเดียนซ์แบบสวยสง่าด้วยตัวของเนื้อผิวเราเอง” คุณนิคเลยค้นหาน้ำมันพริคลีย์ แพร์จากโมร็อคโค และอื่นๆ อีกตามมา เพื่อตอบโจทย์นี้ให้กับทุกคน จน Brisuthi กลายมาเป็นแบรนด์ที่ประทับใจผู้ใช้อย่างรวดเร็วภายในเวลาไม่กี่เดือน มียอดขายเป็นที่น่าภูมิใจ และด้วยคุณภาพที่ใช้ดีจริงๆ Brisuthi เลยเป็นแบรนด์ที่คนบอกต่อกันไปเรื่อยๆ ดังทั้งในโลกออนไลน์ และในวงการบิวตี้
 
 
 
อยากให้ทุกคนมาพบกับ Brisuthi กันที่ชั้น 4 โซน Ecotopia สยามดิสคัฟเวอรี่ กลิ่นที่บริสุทธิ์ของน้ำมันจากธรรมชาติของ Brisuthi จะต้องทำให้คุณรู้สึกว่าน่าสนใจๆ จนอยากให้ผิวได้รู้จัก Brisuthi ไปด้วยแน่นอน