EN
×

More privileges
on onesiam application

9 หนังสืออัพพลังใจล้วนๆ อ่านแล้วฮึกเหิมทันที!

พบกับหนังสือที่จะตอบคำถามในหัวใจ พร้อมโค้ชอัพพลังใจของคุณให้พุ่งสูงขึ้น

คิดอะไรไม่ออก หาทางไม่เจอ แนะนำเลยให้เลี้ยวไปหาหนังสือดีๆ สักเล่ม ประโยคโดนๆ ในนั้นเปลี่ยนชีวิตคนมาแล้ว บางทีกำลังใจและการคอนเฟิร์มบางอย่างของผู้เขียน “ทุกการเปลี่ยนแปลงในชีวิต จะให้รางวัลบางอย่างกับคุณ” อาจทำให้มีความหวังขึ้นมาเลย วันสยามขออัพเดทหนังสืออัพพลังใจ เดินเล่น ช้อปได้ที่ร้านหนังสือ Asia Book ชั้น 2 สยามพารากอน แนะนำเลยนะ…
 

1. The Happiness of Pursuit เขียนโดย Chris Gillebeau
เป็นหนึ่งในหนังสือดังแห่งยุค รุ่นอ่านแล้วฮึกเหิม อยากทำฝันให้เป็นจริง และลงมือรื้อความฝันตัวเอง ผู้เขียน Chris Gillebeau ลงมือตั้งคำถามกับตัวเองว่าเขามีอะไรที่ยังท้าทายและอยากทำซ่อนอยู่บ้าง เขาจึงเลือกไปเดินทางรอบโลก และค้นหาว่าคนอื่นๆในโลก มีอะไรเป็นแรงผลักดันให้พวกเขาต้องอดทน และต่อสู้กับความยากลำบากต่างๆ เพื่อทำฝันของตัวเองเป็นจริง และที่เรามีฝันกันนี่ล่ะมักจะมาจากความไม่พอใจกับชีวิตเราในวันนี้ หรือมีความฝันตอนเราเด็กๆ ที่ซ่อนอยู่ อินสไปร์ และให้อะไรในอินเนอร์ลึกไปจนถึงจิตวิญญาณเราเลย และหนังสือเล่มนี้จะตอบคำถามในหัวใจให้คุณ เกิดเป็นพลังใจสดๆ พุ่งขึ้นมา  และที่แน่ๆ มันเมคเซนส์สำหรับคุณแน่นอน!!
 

2. Awaken the Giant Within เขียนโดย Anthony Robbins
เล่มนี้ถือเป็นยานพ่อของหนังสืออัพพลังใจเล่มต้นๆ ของโลกเลย แอนโธนี รอบบินส์คือพ่อของทุกคนที่อยากจัดการตัวเองจนประสบความสำเร็จ อ่านแล้วปังในใจแทบจะทุกประโยค เป็นหนังสือที่เชื่อมโยงทุกสิ่งทุกอย่างให้คุณ ตั้งแต่เรื่องความสำเร็จ อารมณ์ ร่างกาย ความสัมพันธ์ ความเชื่อ และการเงิน เรียกได้ว่าช่วยตามฝันให้ และบาลานซ์สิ่งต่างๆ ให้ชีวิตลงตัวขึ้น ทั้งหมดมาจากประสบการณ์การเปลียนตัวเองของผู้เขียน เขาเชื่อ และเดินไปข้างหน้าเสมอ จนตกผลึกมาเป็นโค้ชอัพพลังใจให้คนทั้งโลกใครที่มือใหม่ ยังไม่เคยอ่านหนังสือแนวนี้ เริ่มจากเล่มนี้ได้เลย เข้าใจง่าย เต็มไปด้วยประโยคฮุคให้พลัง และทำให้เราเข้าใจว่า ในตัวเรามีพลังดีๆ อยู่แล้ว อยู่ที่คุณจะค้นพบตัวเองได้ยังไง และแอนโธนีจะพาคุณไปพบแน่นอน
 

3. 24 ชั่วโมงที่ดี เริ่มตั้งแต่นาทีแรกที่คุณตื่น (The art of being brilliant) เขียนโดย Andy Cope และ Andy Whittaker
อ่านเล่มนี้แล้วจะยิ้มไป โล่งใจไป และเกิดแรงบันดาลใจอยากไปลองทำตามที่ผู้เขียนแนะนำมากๆ เลย คำแนะนำง่ายๆ อย่าง ห่างไกลจากมนุษย์ดูดอารมณ์ หรือ จงขอบคุณถ้าตื่นเช้ามาแล้วไม่ปวดฟัง มีอารมณ์ขันและน่ารักๆ ดีต่อใจ เหมาะกับซื้อให้เป็นของขวัญใครแล้วแปะโน้ตบอกเขาว่า “ขอให้มีวันที่ดีตั้งแต่ตื่นนอนนะ” เพราะผู้เขียนเชื่อว่าเราไม่ต้องตามชีวิตไปตามโชคชะตา เราควบคุมชีวิตเราได้ตั้งแต่ตื่นนอนเลยด้วย และฝึกทำไปเรื่อยๆ เราสามารถเปลี่ยนนิสัยเราให้ประสบความสำเร็จต่อไปได้เลย
 

4. เปลี่ยนแผลเป็นพลัง เขียนโดย ดร.พงษ์รพี บูรณสมภพ
แค่ความเชื่อของผู้เขียนเล่มนี้ก็ทำให้ต้องดิ่งเข้าไปในลมหายใจตัวเองแล้ว “ทุกบาดแผลเยียวยาได้” ผู้เขียนดึงให้คนที่มีบาดแผลในชีวิต อย่าจมกับบาดแผลและให้ค้นพบพลังของตัวเอง ที่จะทำให้ชีวิตบาลานซ์และมีความสุข อ่านแล้วหนีไม่พ้นว่าเราจะอยากลงไปมองตัวเองลึกๆ ไปค้นหาบาดแผลที่ทำให้เราเกิดพฤติกรรมอะไรบางอย่างในวันนี้ ผู้เขียนจะบอกวิธีจัดการให้รักษาบาดแผลของตัวเองได้ ให้งดงามและมีพลัง เกิดผลยั่งยืนในใจคนที่สุด ปกติเราจะอ่านหนังสือทำนองนี้จากผู้เขียนต่างชาติ แต่เล่มนี้ ดร.พงษ์รพี ได้ทำคลาสบำบัดจิตใจผู้คนมานานกว่า 12 ปี ขอเชียร์เลย น่าจะเข้ากับคัลเจอร์ของเราได้ดีเลย เชียร์!


5. แค่เริ่มต้นใหม่ ไม่ใช่พ่ายแพ้ เขียนโดย หนุ่มเมืองจันท์
ใครติดตามหนุ่มเมืองจันท์มายังไง บอกเลยว่าติดตามเขาต่อกับเล่มนี้เถอะ เพราะเขาจะทำให้ความอยากมีเป้าหมายในชีวิตของเราเกิดผล เราจะรู้วิธีทำยังไง คิดรอบคอบขึ้น และอดทนมากขึ้น ที่แน่ๆ เราจะไม่หมกมุ่นกับปัญหาของตัวเอง แต่จะมีพลังใจให้มองไปข้างหน้า สิ่งที่ได้เหมือนกับชื่อหนังสือคือ ถ้าเจออะไรมา เราแค่เริ่มต้นใหม่ และการเริ่มต้นใหม่ต้องเจอกับความยากลำบากเป็นธรรมดา นั่นจะทำให้เราเข้มแข็ง ไม่ใช่พ่ายแพ้แน่นอน
 

6. Maybe you should talk to someone เขียนโดย Lori Cottlieb
เรื่องนี้ผู้เขียนเป็นเธราปิสท์ดูแลคนไข้ในลอสแองเจลิส เขาจะมีเคสต่างๆ ที่รักษาคนไข้มาเล่าให้ฟัง อ่านแล้วสนุกไปด้วย และได้เรียนรู้จากชีวิตจริงของคน เรื่องของคนอายุยี่สิบกว่าๆ ที่ชอบลงเอยกับผู้ชายผิดๆ คนสูงอายุที่อยากจบชีวิตตัวเอง ถ้ารักษาอาการป่วยไม่หาย ทั้งหมดจบลงที่ประโยคสุดจะคลี่คลายว่า “หรือบางทีคุณก็แค่คุยกับใครสักคน” อินสไปร์และได้อินไซด์มากมายเลยทีเดียว
 

7. คนสำเร็จ ไม่จำเป็นต้องคิดบวก เขียนโดย ชูอิจิ ทสึจิ แปลโดย ธมกร ศรีกิจกุล
หนังสือเปิดด้วยความเชื่อขลังๆ ของคนญี่ปุ่นว่า “หากทนไหว สิ่งดีงามจะรออยู่” เพราะในที่สุดไม่ว่าเราจะทุกข์ขนาดไหน มองโลกแง่ดีไว้ ก็ยังดีกว่า แต่ในการมองโลกบวกนั้น บางทีก็มีข้อจำกัดเหมือนกัน เพราะมันอาจทำให้เราได้แต่คิดบวก แต่ไม่ทำอะไรเลย หนังสือเล่มนี้สอนให้เราลองออกจากแพทเทิร์นการคิดบวกออกไป แล้วลองมาเปลี่ยนตัวเองใหม่แบบเป็นธรรมชาติ อาจจะทำให้ชีวิตโดยรวมออกมามีความสุขขึ้นเลยนะ เป็นหนังสือที่น่าสนใจและชวนให้ไอเดียใหม่ๆ ในการมีแนวคิดของชีวิต สุดท้ายคือได้พลังใจใหม่ๆ กลับไปแน่นอน
 

8. The Power of Output ศิลปะของการปล่อยของ เขียนโดย ชิออน คาบาซาวะ แปลโดย อาศิรา รัตนาภิรัต
ผู้เขียนถือว่าดังเลยในญี่ปุ่น เป็นจิตแพทย์ที่เผยแพร่ข้อมูลมากที่สุดในญี่ปุ่น เขามีเคล็ดลับมากมาย และมักจะเผยข้อมูลออกมาให้คนรู้อย่างสม่ำเสมอ เป็นหนังสือทีเหมาะกับคนหลายคนตั้งแต่ คนที่เพิ่งจบมา คนยังเรียนหนังสืออยู่ และคนทำงานไปสักพัก ไอเดียหลักของหนังสือเล่มนี้คือ ต่อให้เรามีองค์ความรู้ มีข้อมูลอะไร แต่ถ้าเราไม่มีผลของสิ่งนั้นออกมา เราก็จะลืมและไม่พัฒนาเท่าที่ควรได้ ง่ายๆ คือไม่ว่าเราจะอ่านอะไร เสพย์ข้อมูลอะไรเข้าไป เราต้องหาทางเอาสิ่งที่รับเข้าไปออกมาให้ได้ เป็นอีกเล่มที่น่าสนใจมาก พลังนักเขียนน่าจะจุดประกายให้คนอ่านได้ดี
 

9. ไม่ได้ขี้เกียจ แค่กำลังชาร์จพลัง เขียนโดย Dancing Snail แปลโดย ตรองสิริ ทองคำใส
อารมณ์ดิ่งๆ ต่างๆ ที่เราเป็น จิตตก เศร้าซึม ว่างเปล่า สับสน ที่ใครๆ ก็เจอ หลังสือเล่มนี้จะมาอัพให้เราไม่ต้องหน้าชื่ออกตรม อ่านแล้วชาร์จพลังใจดีๆ ได้เลย ใครๆ ที่มองว่าเราขี้เกียจ แต่นั่นเรากำลังให้สเปซกับตัวเราเอง กำลังชาร์จพลังให้ตัวเองอยู่ วิธีเล็กๆ น้อยๆ จากหนังสือเล่มนี้น่าจะทำให้คุณยิ้มได้ ซื้อให้เพื่อนอ่านจะน่ารักเลย