EN
×

มาทำความรู้จัก 13 สายพันธุ์สัตว์น้ำสัตว์โลกน่ารักแบบไม่ต้องลุ้นนี้กัน!

ที่ Sea Life Bangkok Ocean World มีให้ดูสัตว์น้ำละลานตาจากทั่วมุมโลก

อยากเปิดโลกสัตว์น้ำและสัตว์โลกที่หาดูยาก ไม่ต้องเดินทางบุกป่าฝ่าดงให้ลำบาก เพราะใจกลางกรุงเทพฯ ก็มี Sea Life Bangkok Ocean World ชั้น B1 สยามพารากอน อความเรียมที่ใหญ่ที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่นอกจากสัตว์น้ำ สัตว์ทะเลแล้ว ยังมีพันธุ์สัตว์อีกหลายชนิดทั่วโลกให้มาดูและศึกษากันอย่างใกล้ชิด เราเลยเลือกน้องสัตว์น่ารักๆ ที่เห็นแล้วน่าทำความรู้จักให้มากขึ้น


1.    ปูแมงมุมยักษ์
ตามข้อมูลบอกเอาไว้ว่านี่เป็นปูที่อยู่บนพื้นมหาสมุทรลึกมาก รู้แค่เพียงว่าเป็นปูที่ใหญ่ที่สุดในโลก เมื่อแผ่ขาออกมาจะมีความยาวถึงเกือบ 4 เมตร โดยความมหัศจรรย์ของปูแมงมุมยักษ์สามารถเดินบนพื้นทะเลลึกที่อ่อนนุ่มได้แบบไม่จม ด้วยการกระจายน้ำหนักที่มากถึง 18 กิโลกรัม ไปบนพื้นที่ยาวเดือบเท่ารถเล็กๆ คันหนึ่งเลยทีเดียว

 

2.    ปลาสิงโต 
ถ้าในป่ามีสิงโตเป็นเจ้าป่า ในทะเลปลาที่ชนะทุกสัตว์อื่นก็คงเป็นปลาสิงโต ตรงสันกลางลำตัวเป็นหนามมีพิษ เพื่อป้องกันไม่ให้ตกเป็นเหยื่อ ลายขวางเอาไว้ข่มขู่นักล่าตัวอื่นๆ ปลาสิงโตเป็นปลาที่ว่ายน้ำช้า ดังนั้นเวลาจะต้อนเหยื่อๆ เข้าปากก็ใช้ครีบขนาดใหญ่ต้อนปลาเล็กๆ เข้ามุมแล้วก็กลืนเหยื่อเข้าไปได้ทั้งหมด ตอนนี้ปลาสิงโตเป็นปลาที่คุกคามปลาพันธุ์ท้องถิ่นในทะเลแคริบเบียน เพราะกินปลาตามแนวปะการังเยอะมาก แต่ไม่ตกเป็นเหยื่อของนักล่าชนิดอื่น

 

3.    ปลาไหลมอเรย์ปานดำ
เป็นปลาที่สะดุดตามาแต่ไกล ด้วยลายจุดที่มีเอกลักษณ์ ชอบอยู่ในโพรงขนาดเล็กตามซอกหลืบปะการังหรือซ่อนอยู่ในรู ก่อนจะพุ่งออกมาอย่างรวดเร็วเพื่อจับปลาที่ว่ายผ่านมาเป็นอาหาร และใช้วิธีดมกลิ่นมกกว่าการมองเห็น

 

4.    ปลาไหลสวน 
เป็นปลาตัวน้อยๆ ที่รูปร่างประหลาดทำให้เราแอบขำ ชอบอยู่ในรูปที่ฝังใต้พื้นทรายใกล้แนวปะการัง อยู่เป็นกลุ่มจำนวนมาก กินแพลงตอนและสัตว์ขนาดเล็กที่ลอยมาก ไม่บ่อยนักที่เราจะเห็นเจ้าปลาไหลสวนว่ายน้ำออกมาจากรู เมื่อไหร่ที่โดนรบกวนก็จะรีบผลุบเข้าไปอยู่ในพื้นทราย

 

5.    ม้าน้ำ
Sea Life Bangkok Ocean World มีม้าน้ำหลายสายพันธุ์ให้เราได้เรียนรู้ เพราะม้าน้ำเป็นสิ่งมีชีวิตที่ค่อนข้างซับซ้อนและทำให้เราจำได้ว่าฝ่ายหญิงจะเป็นฝ่ายเข้าหาตัวผู้เพื่อเลือกคู่ครอง แล้วใช้หางตวัดบอกความในใจ จากนั้นม้าน้ำเพศเมียก็จะวางไข่ที่ถุงหน้าท้องของตัวผู้ จากนั้นม้าน้ำตัวผู้จะปล่อยน้ำเชื้อให้เข้าไปผสมกับไข่ที่ถุงหน้าท้องและเป็นฝ่ายที่คลอดลูกออกมาเอง แถมม้าน้ำจะมีคู่ครองคู่เดียวอยู่ด้วยกันตลอดไป สวีทหวานซะไม่มี

 

6.    ปลาพลวงชมพู
เป็นปลาน้ำจืดในวงศ์ปลาตะเพียนที่ในประเทศไทยพบเฉพาะภาคใต้ตอนล่างตั้งแต่แม่น้ำตาปีไปถึงมาเลเซีย โดยอาศัยอยู่ในแม่น้ำหรือลำธารที่มีฝั่งเป็นป่ารวมถึงบริเวณน้ำตก นอกจากนี้ปลาพลวงชมพูถือเป็นปลาในพระบรมราชินูปถัมภ์ เพราะเมื่อปี 2524 อยู่ในสภาวะใกล้สูญพันธุ์จากการสร้างเขื่อนบางลาง ทำให้สูญเสียที่อยู่อาศันตามธรรมชาติ ต่อมาในปี 2542 สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์พระบรมราชินีนาถเสด็จเขื่อนบางลางเพื่อทรงปล่อยพันธุ์ปลาลงเขื่อน และยังทรงมีพระราชดำริให้มาเลี้ยงไว้ในฟาร์มจนเพาะขยายพันธุ์ในสถานีประมงจังหวัดยะลา

 

7.    นากเล็กเล็บสั้น 
นากสายพันธุ์ที่มีขนาดเล็กที่สุดในโลก อุ้งเท้ามีเล็บสั้นและพังผืดที่หยิบจับสิ่งต่างๆ ขึ้นมาง่ายๆ นากชนิดนี้จะจับคู่ผสมพันธุ์และอยู่กับคู่ของตัวเองเป็นเวลาหลายปี ออกลูกได้ปีละ 2 ครั้ง 

 

8.    ปลาอะราไพม่า
ปลาน้ำจืดที่ใหญ่เป็นอันดับสอง เป็นปลาโบราณซึ่งสามารถมีชีวิตรอดจากแหล่งน้ำที่แห้งขอดโดยการหายใจผ่านอากาศโดยตรงและนอนนิ่งในรูจนกระทั่งถึงช่วงน้ำหลากอีกครั้ง

 

9.    เต่าทะเลสีเขียว
ที่มาของชื่อไม่ใช่กระดองสีเขียว แต่เป็นไขมันที่อยู่ใต้กระดอง ไม่เหมือนเต่าทะเลทั่วไป เมื่อโตเต็มวัยจะกินแต่พืช ตอนวัยเด็กจะกินพวกสัตว์ที่ไม่มีกระดูกสันหลัง เช่น ปู แมงกะพรุน เต่าทะเลทั่วไปจะขึ้นมาใกล้ผิวน้ำ เพื่อรับความร้อนจากดวงอาทิตย์และชอบขึ้นมาอาบแดดริมทะเล

 

10.    เพนกวินแจ็คแอส
อยู่กันเป็นอาณาจักรบนเกาะต่างๆ และบริเวณชายหาดหินของประเทศนามิเบียและแอฟริกาใต้ โดยจะอาศัยอยู่ในทะเลเพื่อหาอาหารและจับปลาอยู่กันเป็นฝูง ตอนนี้เกิดการทำประมงเกินขนาด การทำลายแหล่งวางไข่และสิ่งแวดล้อมเป็นมลภาวะส่งผลให้เพนกวินสายพันธุ์นี้อยู่ในภาวะใกล้สูญพันธุ์

 

11.    ฉลามเสือทราย
เป็นฉลามที่มีฟัน 250 ซี่ เป็นฟันที่ยาวแหลมคมสำหรับจับเหยื่อพวกปลาขนาดเล็ก ปูและปลาหมึก ฟันที่เก่าและหมดสภาพจะถูกแทนที่ด้วยฟันชุดใหม่เสมอ

 

12.    ฉลามครีบดำ
เป็นฉลามที่พบได้ตามแนวปะการังของมหาสมุทรอินเดียและแปซิฟิก ฉลามแต่ละตัวจะวนเวียนอยู่ตามแนวปะการังในบริเวณไม่กว้างนักในอาณาเขตเดิมเป็นเวลาหลายปี เพื่อกินเหยื่อขนาดเล็กเป็นอาหาร

 

13.    เพนกวินเจนตู
เมื่ออยู่บนบกอาจดูเชื่องช้า แต่เป็นนกที่ว่ายน้ำได้เร็วที่สุดถึง 35 กม./ชม. นกชนิดนี้อาศัยบนหมู่เกาะทางตอนเหนือของทวีปแอนตาร์กติกาที่อาจเย็นถึง -20 องศาเซลเซียสในฤดูหนาว