EN
×

More privileges
on onesiam application

Maji Curry แกงกะหรี่ระดับแชมป์ยอดนิยมจากญี่ปุ่น

เปิดแล้ว! สาขาแรกนอกประเทศญี่ปุ่น ที่สยามเซ็นเตอร์

Maji Curry ได้ชื่อว่าเป็นร้านข้าวแกงกะหรี่อันดับ 1 ของประเทศญี่ปุ่น จากการจัดอันดับระหว่างร้านข้าวแกงกะหรี่กว่า 400 ร้านทั่วประเทศ และตอนนี้ความอร่อยดีกรีแชมป์ก็ได้มาเปิดสาขาแรกในประเทศไทยแล้วที่ชั้น 2 สยามเซ็นเตอร์ ไม่ใช่แค่เป็นสาขาแรกในประเทศไทยแต่ยังถือเป็นครั้งแรกที่ Maji Curry มาเปิดสาขานอกประเทศญี่ปุ่น ที่สยามเซ็นเตอร์แห่งนี้จึงถือว่าเป็นร้านสาขาที่สองของ Maji Curry ด้วย แล้วสิ่งที่ทำให้ร้าน Maji Curry แตกต่างจากร้านแกงกะหรี่ญี่ปุ่นร้านอื่นคืออะไรล่ะ? วันนี้สยามเซ็นเตอร์จะพาคุณไปทำความรู้จักกับร้านข้าวแกงกะหรี่น้องใหม่ไฟแรง ที่คว้าแชมป์การเป็นสุดยอดข้าวแกงกะหรี่ในดวงใจของคนญี่ปุ่น ด้วยความเซอร์ไพรส์ เพราะว่า Maji Curry นั้นได้รางวัลชนะเลิศทั้งที่เพิ่งเปิดร้านมาได้เพียงเจ็ดเดือนเท่านั้น!


ข้าวแกงกะหรี่ดีกรีแชมป์รสชาติไม่เป็นรองใคร

ปี 2018 ร้าน Maji Curry ชนะการแข่งขันประชันเมนูข้าวแกงกะหรี่ Kanda Curry Grand Prix จากกว่า 400 ร้านที่เข้าร่วม โดยได้รับการโหวตจากผู้ชิม 40,000 คน Maji Curry จึงได้ฉายาเป็นข้าวแกงกะหรี่อันดับ 1 ของประเทศญี่ปุ่น ซึ่งทำให้ร้านเป็นที่รู้จักและเป็นที่นิยมไปทั่วประเทศตั้งแต่นั้นมา ความอร่อยของข้าวแกงกะหรี่สูตรลับที่ได้รับการคิดค้นกว่า 20 ปีจากเจ้าของร้าน คุณซาโตชิ ยามาโมโต ชายผู้หลงใหลในข้าวแกงกะหรี่จนทำให้เขาทั้งออกเดินทางไปเพื่อชิมแกงกะหรี่จากทุกที่ ออกตามหาเครื่องเทศและวัตถุดิบที่จะทำให้ได้มาซึ่งรสชาติแกงกะหรี่ที่อร่อยที่สุดจนคว้ารางวัลมาได้นั่นเอง


Everyday Curry

ข้าวแกงกะหรี่สูตรของ Maji Curry ทุกจานได้รับการปรุงอย่างใส่ใจ และนึกถึงลูกค้าเป็นอย่างมาก คุณซาโตชิ ยามาโมโต เรียกแกงกะหรี่ที่ร้านเขาทำว่า “everyday curry” หรือแกงกะหรี่ที่ทุกคนสามารถกินเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวันได้ทุกวัน เขาเน้นการทำให้รสชาติของแกงกะหรี่มีความสมดุลในรสชาติทั้งเผ็ด หวาน เค็ม กลมกล่อมอยู่ในจานเดียว ขณะเดียวกันที่ร้านก็ยังมีตัวเลือกเมนูให้เลือกเป็นแกงกะหรี่ 2 แบบ (ไก่หรือเนื้อ) ความเผ็ด 5 ระดับ และข้าว 2 แบบ (ข้าวขาวหรือข้าวขมิ้น) เพราะอยากให้ลูกค้ามีตัวเลือก จะได้ไม่เบื่อ และถ้าลูกค้าไม่เบื่อเขาก็จะมากินอีก

เมนูไฮไลต์ห้ามพลาด เมื่อคุณได้มาเยือนร้าน Maji Curry แฮมเบิร์กราดชีส (ราคา 290 บาท) เมนูนี้เป็นจานที่นำพาร้าน Maji Curry สู่ความโด่งดังและทำให้ร้านคว้าแชมป์แกงกะหรี่ปี 2018 เป็นเนื้อหมูที่เอามาปั้นเป็นชิ้นแน่นแล้วค่อยราดด้วยฟองดูชีสสูตรลับของ Maji Curry ความนุ่มนวลของชีส เมื่อคลุกกับแกงกะหรี่ก็ยิ่งเสริมรสชาติฉ่ำลิ้นให้เนื้อหมูแฮมเบิร์ก จานต่อมาขอแนะนำคนที่ชอบกินหมูทอด หมูชุบเกล็ดขนมปังทอดราดชีส (ราคา 280 บาท) จานนี้ห้ามพลาดเพราะว่าหมูทอดทั้งกรอบนอกและนุ่มใน และเมื่อกินกับชีสและแกงกะหรี่ จึงได้รสชาติที่สมดุล อบอวลอยู่ในหนึ่งคำ ทั้งรสเผ็ด หวาน และเค็ม เรียกได้ว่าเป็นความเพอร์เฟ็กต์ในการกิน และแกงกะหรี่ผักรวม (ราคา 220 บาท) เป็นเมนูเบาๆ ที่ประกอบด้วยผักหลากชนิดทั้งมะเขือม่วง พริกหยวก ซูกินี่ กระเจี๊ยบ และข้าวโพดอ่อน ราดด้วยแกงกะหรี่สูตรพิเศษของร้าน Maji Curry ผักทั้งหมดมีความนุ่มและเคี้ยวง่ายพอกัดเข้าไป




เครื่องเคียงแปลกตา

หนึ่งในจุดเด่นที่เป็นไฮไลต์ของร้าน Maji Curry สาขาสยามเซ็นเตอร์ก็คือภาชนะใส่เครื่องเคียงที่อาจดูแปลกตาในร้านสไตล์ญี่ปุ่น แทนที่จะใช้จานหรือชาม ทางร้านเลือกใช้ปิ่นโตใส่เครื่องเคียงแบบจัดเต็มมาถึง 2 เถา ปิ่นโตเถาแรกใส่เครื่องเคียงที่เป็นผักนั่นก็คือ หอมใหญ่ดอง มะนาว และผักดองขั้นเทพ หรือผักดองสูตรพิเศษของร้าน ที่อร่อยจนได้รับขนานนามว่าผักดองแห่งมาจิ ปิ่นโตอีกเถาจะมีถั่วถั่วลิสง ลูกเกด และกระเทียมเจียว ซึ่งลูกค้าสามารถเติมเครื่องเคียงได้ด้วยถ้าหมด

สำหรับร้าน Maji Curry ที่สยามเซ็นเตอร์นั้น ตกแต่งด้วยบรรยากาศอบอุ่นและให้ความรู้สึกใกล้ชิด เฟอร์นิเจอร์โต๊ะไม้จับคู่กับเก้าอี้หนัง กำแพงด้านขวาทำจากอิฐและมีโลโก้ของร้านตั้งไว้ ส่วนกำแพงด้านซ้ายเป็นไม้และมีภาพวัตถุดิบและเครื่องเทศที่เอามาใช้ทำแกงกะหรี่ประดับไว้ นอกจากนี้เพดานยังถูกตกแต่งด้วยไฟ LED ที่ถูกครอบด้วยถ้วยแก้วให้ร้านได้มีความสว่างที่อบอุ่น


ใครสนใจอยากจะกินข้าวแกงกะหรี่ญี่ปุ่นแบบที่ทำจากใจแถมยังรสชาติมีความสมดุลอย่างที่สุดก็แวะไปที่ Maji Curry ชั้น 2 สยามเซ็นเตอร์ ได้เลยวันนี้เป็นต้นไป