EN
×

ขนมหวานรสชาติระดับโลก ที่เราจะไม่ยอมอร่อยคนเดียว

รวมเมนูขนมระดับโลก สามารถแชร์ประสบการณ์ความอร่อยสุดพิเศษให้กับคนที่เรารักได้ ทุกที่ ทุกเวลา

OneSiam เดสติเนชั่นแห่งขนมอร่อย ที่สยามพารากอน สยามเซ็นเตอร์ และสยามดิสคัฟเวอรี่

1. Croquant Chou ที่ร้าน Zakuzaku ชั้น M สยามเซ็นเตอร์
ขนมชูแท่งยาวกรุบกรอบ เคลือบด้วยอัลมอนด์ สอดไส้คัสตาร์ดเนื้อละมุน ฮิตมากจากฮอกไกโด ความพิเศษอยู่ที่ไส้คัสตาร์ดทำสดใหม่ ตีครีมกันหลังร้านเลย ล่าสุด รสชาติใหม่ Mixed Berry เปรี้ยวหวานลงตัวด้วยแบล็กเคอร์แรนต์ และราส์ปเบอร์รี่ เป็นความอร่อยสดชื่นแบบลิมิเต็ด ตั้งแต่วันนี้ – 31 ก.ค. 62 (ชิ้นละ 85 บาท)


2. Apple Pie ที่ร้าน RAPL ชั้น M สยามเซ็นเตอร์
พายแอปเปิ้ลครีมคัสตาร์ดหอมหวาน อบสดใหม่จากเตา ที่ใครได้ลองแล้วจะว้าวในรสชาติจนอยากจะกลับไปซื้ออีกรอบ ต้องยกเครดิตให้การเลือกใช้วัตถุดิบชั้นเยี่ยม แอปเปิ้ลพันธุ์ดีที่สุดจากเมืองอาโอโมริ ญี่ปุ่น และความปราณีตใส่ใจ โดยแป้งพายกรอบทำจากเนยสดและวางซ้อนกันถึง 144 ชั้น เพื่อความพองตัวและกรุบกรอบที่สุด ส่วนชิ้นแอปเปิ้ลถูกออกแบบมาแล้วว่าต้องชิ้นเท่านี้ เพื่อเคี้ยวได้เต็มคำ รักษารสชาติและกลิ่นของแอปเปิ้ล  ชิ้นละ 125 บาท 


3. La Tartelette aux Fraises ที่ร้าน Paul ชั้น 1 สยามพารากอน
หนึ่งในเมนูยอดฮิตของร้าน Paul เบเกอรี่แบรนด์ระดับตำนานจากฝรั่งเศส กับทาร์ตสตรอว์เบอร์รี่ ที่ใส่ใจทุกรายละเอียด ตัวทาร์ตแป้งพายร่วนกรอบ สอดไส้คัสตาร์ดครีมวานิลลา ท็อปปิ้งด้วยสตรอว์เบอร์รี่สด ชิ้นละ 165 บาท


4. Madeleines ที่ร้าน Eric Kayser ชั้น M สยามดิสคัฟเวอรี่  
หน้าตาคล้ายขนมไข่ นี่คือขนมอบเวอร์ชั่นฝรั่งเศส เรียกว่า มาดเดอแลน เค้กเนื้อฟองน้ำ รูปทรงคล้ายเปลือกหอย กัดเข้าไปแล้ว ได้เนื้อสัมผัสหอมนุ่มชุ่มเนยสด


5. Chou à la Crème ที่ร้าน Bake A Wish ชั้น G สยามเซ็นเตอร์ และ ชั้น G สยามพารากอน
ร้านขนมโฮมเมดสไตล์ญี่ปุ่น (ใช้สูตรจากโกเบ) ใส่ใจในทุกขั้นตอน ทั้งวัตถุดิบ และขั้นตอนการผลิต ให้ได้รสชาติเฉพาะที่อร่อยไม่หวานเลี่ยน เมนูเลื่องลือคือ ชูครีมไส้แน่น มีรสชาติให้เลือกกว่า 20 แบบ ตั้งแต่ไส้ครีมวานิลลา (ซิกเนเจอร์) บลูเบอร์รี่ชีสเค้ก บานอฟฟี่ คาราเมลมัคคิอาโต้ ชานมไข่มุก มะม่วง และลิ้นจี่ ชิ้นละ 65 บาท


6. Blueberry Cheesecake ที่ร้าน Clinton St. Baking Company & Restaurant ชั้น G สยามพารากอน
นอกจากเสิร์ฟอาหารสไตล์ American comfort food อย่างวาฟเฟิล (ที่เลือกได้ทั้งแบบคาว และหวาน) แพนเค้ก เบอร์เกอร์ เอ้กส์เบเนดิกต์ ยังมีเค้กและพาย ชิ้นนี้ที่ดังมาก กับชีสเค้กสไตล์นิวยอร์กเนื้อเนียน รสชาติกลมกล่อมตัดกับความเปรี้ยวของบลูเบอร์รี่อย่างลงตัว ชิ้นละ 200 บาท


7. กระทงไก่ทอง ที่ร้าน ปังชา ชั้น G สยามพารากอน
ขนมปังที่ประดิดประดอยเป็นรูปกระทงกรอบตรงกลางสอดไส้ไก่นุ่มๆ หอมมัน โรยมุกแก้วใสเนื้อกรุบ กินกันเพลินๆ เป็นของว่างตอนบ่าย ที่ต่อยอดมาจากความป็อปปูล่าร์ของร้านอาหารลูกไก่ทอง


8. กราโนล่า และคุ้กกี้ จาก Farmer’s Grain ชั้น 4 โซน Ecotopia สยามดิสคัฟเวอรี่
เหมือนเป็นโซลเมตของคนรักสุขภาพเลย สำหรับขนมจากลุงฟาร์มเมอร์ ที่มีให้เลือกทั้งขนมปังธัญพืชโฮมเมด ไม่มีวัตถุกันเสีย อัดแน่นด้วยใยอาหาร กราโนล่าโอ๊ตอบกรอบสูตรโฮมเมด มีให้เลือกหลายรส เช่น บลูไรซ์เบอร์รี่ (ข้าวโอ๊ต+ข้าวไรซ์เบอร์รี่+บลูเบอร์รี่อบแห้ง) ช็อกโกนาน่า (ข้าวโอ๊ต+กล้วยอบกรอบ+โกโก้เข้มข้น) หรือรสต้นตำรับ (ข้าวโอ๊ต+เมล็ดอัลมอนด์+เมเปิ้ลไซรัปออร์แกนิก) กินอร่อยคู่กับนม โยเกิร์ต หรือโรยหน้าสลัดและไอศกรีม ปิดท้ายด้วยคุ้กกี้อัลมอนด์ มีรสส้ม เข้มข้น หอมกลิ่นส้มมาก เนื้อร่วน ไม่หวานเลย และอีกรส ช็อกโกแลต


9. Florentine ที่ร้าน TWG Tea ชั้น M สยามพารากอน   
บิสกิตที่ให้สัมผัสแบบนุ่มหนึบ รสหวานกำลังดี ท็อปด้วยอัลมอนสไลด์ ลูกเกด เชอร์รี่ และน้ำผึ้ง ยิ่งกินคู่กับชาผลไม้จาก TWG เข้ากันมาก เป็นอาฟเตอร์นูนทีแบบเบาๆ ได้ทุกที่


10. All Natural Granola จาก Skinni Bears ชั้น 4 โซน Ecotopia สยามดิสคัฟเวอรี่
กระแสกราโนล่าเพื่อสุขภาพมาแรงจริงๆ เป็นอาหารจากตะวันตก ทำจากธัญพืชต่างๆ ไม่ขัดสี จึงมีคุณค่าทางสารอาหารเยอะ ทั้งเส้นใยอาหารและวิตามิน เช่น ป้องกันท้องผูก บำรุงสมองและระบบประสาท ช่วยให้อิ่มท้องนาน ที่สามารถเอาไปครีเอตเมนูได้หลากหลาย ทั้งกินกับนม โยเกิร์ต ผลไม้ หรือน้ำผึ้ง สำหรับสูตรนี้ทำแบบโฮมเมด ไม่ใส่เนย


11. Scone ที่ร้าน Harrods Tea Room ชั้น G สยามพารากอน
ดื่มด่ำความเป็นอังกฤษที่ Harrods เสิร์ฟทั้งอาหารคาวและชุด High Tea ยามบ่าย กับขนมสโคนเนื้อสัมผัสร่วน กึ่งกรอบกึ่งนุ่ม แนะนำให้ลองสโคนรสชา Bangkok Tea Blend Scone และ Butter Scone เนื้อแน่นและรสชาติดี เลือกกินคู่กับแยมผลไม้หรือคล็ตอตเต็ทครีมก็ได้


12. พันนาคอตต้า ที่ร้าน Jamie’s Italian ชั้น G สยามดิสคัฟเวอรี่
ร้านอาหารอิตาเลียนสไตล์โฮมเมดที่เหมาะสำหรับครอบครัวและทุกคน เข้ามาแล้วจะได้สัมผัสบรรยากาศสุดเฟรนด์ลี่ นอกจากเมนูที่สามารถแชร์กันได้แล้ว ยังมีอาหารสไตล์คอมฟอร์ตฟู้ดอย่างพาสต้า สลัด และเนื้อย่าง ส่วนจานหวานนี้น่าลอง Panna Cotta (ราคา 245 บาท) ที่มีความหวานอมเปรี้ยวพอดีๆ ของซอสเคี่ยวผลไม้ ครัมเบิ้ลกรุบกรอบ และเนื้อพุดดิ้งฉ่ำเย็นชื่นใจ


13. หยกมณีสตรอว์เบอร์รี่ ที่ร้าน Khao Dessert Café ชั้น G สยามพารากอน
ถือเป็นขนมไทยโบราณแบบ rare item ทำจากสาคูกวนกับน้ำตาลและสีใบเตย แต่สูตรของเชฟวิชิต มุกุระ เจ้าของร้าน Khao นำมาห่อกับสตรอว์เบอร์รี่แล้วคลุกเนื้อมะพร้าวขูดเส้น
กลายเป็นขนมไทยที่มีแนวคิดร่วมสมัย เป็นสีเขียวตัดกับสีแดงที่สะดุดตามาแต่ไกล (ราคา 210 บาท)