EN
×

More privileges
on onesiam application

ขนมหวานดื่มได้สุดสดชื่นจากไอเดีย “เวลามีน้อย ใช้สอยให้อร่อย”ของสาวคนนี้!

รีบแค่ไหนก็คว้าขนมแก้วโปรดไปกินได้ทุกที่

ครั้งแรกที่ได้ยินว่าจะมีร้านเครื่องดื่มที่ทำมาจากของหวานเปิดครั้งแรกที่สยามเซ็นเตอร์ ก็ตาโตลุกวาวว่าความคิดสุดล้ำขนาดนี้จะออกมาในรูปแบบไหน ขนมที่เลือกมาจะมีอะไรบ้าง พอเราเห็นทุกอย่างก็เคลียร์ชัดทันทีที่ร้าน SOLIQ ชั้น 2 สยามเซ็นเตอร์ และยิ่งทึ่งเมื่อรู้ว่ามาจากการคิดค้นของเชฟสาว คุณพลอย – ธนิณ์สิตา อัศวปิยานนท์ ความสนุกของรสชาติกำลังเริ่มขึ้นแล้วสิ!!


งานเยอะมาก แต่ก็อยากกินขนม...

เครื่องดื่มอะไรที่ทำมาจากขนมต้นตำรับได้เกือบเป๊ะขนาดนี้ เบื้องหลังต้องมาจากอินเนอร์อะไรสักอย่างแน่ คุณพลอยเล่าแบบเขินๆ ว่าแบรนด์นี้เกิดมาจากความงกเวลาของเธอเอง “ทุกวันนี้งานเยอะและเรารีบตลอด ไม่มีเวลามานั่งกินขนมจริงจัง แต่เราเป็นคนชอบกินขนม คงต้องใช้เวลาอย่างต่ำครึ่งชั่วโมง เรารีบมาก จะเอาเค้กไปกินบนรถไหนจะรถเบรคอีก พลอยอยากได้อะไรที่ Grab & Go คิดว่าจะทำยังไงให้เราได้กินขนมแบบเร็วๆ”

“ด้วยความที่พลอยเป็นเชฟขนมหวานอยู่แล้ว เราถนัดทำเค้ก เคยแข่งเชฟทีมชาติ พลอยจะรู้ว่ากว่าจะได้เค้กมาหนึ่งชิ้นต้องมีอะไรบ้างเลยพยายามใช้ส่วนผสมทุกอย่างในการทำเค้กออริจินัล เช่น ชีสเค้กเอามาปั่นเป็นน้ำ แต่พออยู่ในอุณหภูมิเย็น ของที่เราทำออกมาก็จะแข็ง เราต้องคิดว่าทำยังไงให้เครื่องดื่มของเราคงสภาพเป็นของเหลวตลอด ดังนั้นขั้นตอนการทำตอนแรกยังไม่ยากเท่าการแปลงสภาพให้เหมือนขนมเวลาดื่ม และเราทำได้ พลอยเลยค่อนข้างภูมิใจมากค่ะ”


SOLIQ = Solid + Liquid

แบรนด์นี้จึงเป็นการผสมคำกันหมายถึงการแปลงของแข็งมาเป็นของเหลว ตรงกับคอนเซปท์ขนมดื่มได้เป็นที่แรกเต็มรูปแบบ จริงๆ แล้วความน่าสนใจมากกว่าเครื่องดื่มที่อยู่ตรงหน้าก็คือคนที่สร้างสรรค์ขึ้นมา เพราะคุณพลอยเล่าว่าตัวเองจบมหิดลอินเตอร์จากเอกการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์และการโรงแรม ไปต่อปริญญาโทที่ออสเตรเลียด้าน Event Management กลับมาลองสมัครงานในบริษัท แต่เธอรู้สึกว่ามีหลายอย่างที่ไม่เป็นตามที่ใจคิดเลยอยากทำธุรกิจของตัวเอง และกล้าบ้าบิ่นถึงขนาดที่ลาออกไปทำงานร้านคอฟฟี่ช้อปได้เงินวันละ 300 บาท!


“ก่อนจะทำธุรกิจเราเอง อยากรู้ว่าถ้าเปิดร้านต้องทำอะไรบ้าง พี่เจ้าของร้านก็ถามตรงๆ ว่าจบปริญญาโทมาแล้วทำไมมาสมัครเป็นเด็กพนักงานร้าน พลอยเลยตอบว่าอยากขอมาเรียนรู้ เราได้ทำทุกอย่างตลอดหนึ่งปีนั้น เป็นแคชเชียร์ เก็บโต๊ะ ล้างจาน และเราพบว่าเราอยู่กับมันได้ เราได้เห็นปัญหาหลักๆ คือพี่เจ้าของร้านที่เป็นเชฟ เวลาเขาไม่อยู่ น้องๆ ในร้านไม่สามารถทำเค้กเหมือนที่พี่เขาทำ โปรดักท์ไม่เหมือนเดิมแล้ว ตัวคนทำก็รู้ นี่เป็นจุดสำคัญที่ทำให้พลอยไปลงฟูลคอร์สที่เลอกอร์ดองเบลอ ดุสิตธานี เรียนอยู่อีก 1 ปี จบมายังไม่ได้เป็นเชฟ มาได้ชื่อว่าเป็นเชฟจริงๆ ตอนที่ไปแข่งกับทีมชาติไทย เริ่มจากสามีไปแข่งก่อน เราก็ไปเป็นผู้ช่วยหลายครั้งจนได้ลงแข่งเองและโชคดีที่ได้เหรียญทองมา”

คุณพลอยบอกว่าเมื่อไหร่ที่เราเป็นเชฟ ไม่ใช่แค่เรื่องของการทำอาหารหรือขนม แต่ต้องคิดถึงเรื่องสุขภาพ ไซส์อาหาร อาหารที่เหลือ มองทุกอย่างให้ครบ “เราลดมาตรฐานของตัวเองไม่ได้ มีคนบอกว่าใช้วานิลลาจากตาฮิติ ช็อกโกแลตจากฝรั่งเศส เชอรี่จากชิลี ครีมชีสจากนิวซีแลนด์ ชีสมาสคาโปเนจากอิตาลี เปลี่ยนได้มั้ยให้ราคาต้นทุนลดลง พลอยบอกว่าไม่ได้ค่ะ ทำออกมาแล้วไม่เหมือนกัน มันคือจรรยาบรรณของวิชาชีพ” ระหว่างที่เรียนเป็นเชฟ คุณพลอยได้เก็บประสบการณ์ด้วยการเปิดบริษัทที่ปรึกษา รับวางแปลนครัว รับทำเมนูให้กับโรงแรมหรือดูการผลิต รวมทั้งได้ดูแลไลน์โปรดักชั่นและสูตรขนมที่ผลิตในร้านสะดวกซื้อ “รู้สึกว่าขนมกำลังบูมมาก และความงกเวลาของพลอยทำให้มีโอกาสได้มาทำตรงนี้”



ความท้าทายของคนที่ยังไม่เคยลอง

คุณพลอยเล่าว่าได้ยินคนพูดบ่อยมากว่าของหวานจะกินได้เหรอ หวานเกินไปมั้ย แต่ถ้าคุณได้เปิดใจลองชิมจะรู้ว่าทุกอย่างกลมกล่อมมาก “พลอยเป็นคนไม่กินหวานเลยค่ะ ลดความหวานทุกอย่างลงมาน่าจะ 50% ยกเว้นบางเมนูที่อาจจะมีความหวานอยู่ที่ 60-70% เพราะถ้าไม่ใส่หวานลงไป แก้วนั้นจะเปรี้ยวโดด ทุกเมนูเราทำแล้วลองกันในบริษัทก่อน จากนั้นค่อยๆ ปรับ คนที่ได้มาลองไม่ชอบจุดไหน พลอยจะถามและค่อยๆ ไล่แก้ เราอยากนำเสนอสิ่งใหม่ๆ ให้สังคม”

และการปรากฎตัวครั้งแรกของแบรนด์ SOLIQ ที่สยามเซ็นเตอร์ก็เหมือนเป็นการเปิดทางก้าวแรกของเธอ เป็นเหมือนพลังใจที่จะผลักดันแบรนด์ต่อไปให้ดังถึงเมืองนอก “ไม่จำเป็นที่แบรนด์ที่ดีต้องนำเข้ามาเท่านั้นค่ะ เราอยากนำแบรนด์ไทยออกไปบ้าง เพราะเชฟไทยฝีมือเก่งๆ มีเยอะมาก”


ส่วนใครที่เห็นแบรนด์ SOLIQ แล้วอยากลุกขึ้นมาทำธุรกิจบ้าง คุณพลอยบอกว่าให้ดูจากความชอบใกล้ตัว ถ้ามีงานประจำอย่าเพิ่งลาออก หาตัวตนที่แท้จริงและมั่นใจว่าเราจะอยู่กับมันได้ ทุกอย่างต้องใช้เวลา อาจจะหาวันเสาร์อาทิตย์ออกไปลองทำ ยอมเหนื่อยมากกว่าปกติ ถ้าอยู่ได้แล้วก็ลุยต่อเลย “บอกตัวเองคำเดียวว่าต้องสู้ค่ะ วันไหนท้อก็ไปนอน ไปหาอะไรทำที่มีความสุข ตื่นมาอีกวันต้องดึงตัวเองกลับมาให้ทำต่อไปให้ได้”

อยากมาชิมของหวานดื่มได้ที่แรกและที่เดียวในไทยตอนนี้ได้ที่ SOLIQ ชั้น 2 สยามเซ็นเตอร์