EN
×

กระเป๋ารีไซเคิลแบรนด์ไทย ดีไซน์มาจากถุงปูน ที่ช่วยลดขยะได้ปีละ 4-5 ตัน

SACKITEM ไม่ใช่แค่กระเป๋า แต่คือจิตสำนึกที่ขอเปลี่ยนขยะให้กลายเป็นแฟชั่นสำหรับทุกคน

SACKITEM Upcycle Bag คือแบรนด์แฟชั่นที่ก่อตั้งโดยผู้ชายคนนี้ “คุณเฟิส ธนารักษ์ วรฤทธานนท์” ผู้ชายที่เต็มไปด้วยความตั้งใจ เขาไม่ได้เรียนจบด้านการออกแบบใดๆ แต่ได้คลุกคลีกับงานแฟชั่นมาตั้งแต่คุณพ่อทำแบรนด์เสื้อผ้า จนเขาได้มาทำแบรนด์เสื้อผ้า และแบรนด์ยีนส์ของตัวเอง จนได้มาเจอว่าชอบแฟชั่นกระเป๋าที่สุด แต่กระเป๋าที่คุณเฟิสอยากทำออกมา กลับไม่ธรรมดา ไม่ใช่กระเป๋าหนัง กระเป๋าผ้าใดๆ แต่เป็นกระเป๋าที่ทำมาจากวัสดุรีไซเคิล ตัวเอกคือถุงปูนที่ใช้แล้ว จากความชอบจึงกลายมาเป็นความท้าทาย จนสยามดิสคัฟเวอรี่ไปเจอกับแซ็คไอเท็ม ได้มาวางขายที่ชั้น 4 โซน Ecotopia ต้อนรับชาวไทย และชาวต่างชาติทุกท่าน ทำให้เราได้รู้จักแซ็คไอเท็มกันได้อย่างเต็มๆ

“คุณเฟิส ธนารักษ์ วรฤทธานนท์”

 


ไอเดียแรกของแบรนด์

แบรนด์ SACKITEM  เกิดขึ้นจากสมอง หัวใจ และสองมือของคุณเฟิส เป็นแบรนด์ที่พูดได้เต็มปากว่าคือแบรนด์ไทยแนวอัพไซเคิล มีทั้งดีไซน์ที่ไม่มีวันหยุด และจิตสำนึกอันชัดเจนของเจ้าของแบรนด์ “ผมคิดทุกวันว่าเรากำลังเอาขยะมาทำให้เป็นของใหม่ เราอยากให้ลูกค้าเรากล้าใช้ขยะให้เป็นแฟชั่น และผมพยายามทำให้คนทั่วไปหยิบขยะมาถือไปต่างประเทศด้วย” กระเป๋าจากขยะ จากถุงปูนที่ลูกค้าส่วนใหญ่ 90% คือชาวต่างชาติ วันนี้คุณเฟิสอยากเอาไอเดียนี้มาบอกคนไทยว่าเรามีกระเป๋าอัพไซเคิลแบรนด์ไทยกันแล้วนะ สวย น่าใช้ทัดเทียมแบรนด์อินเตอร์ในโลกมากๆ ด้วย

ความชอบเรื่องกระเป๋าของคุณเฟิสมาจากความชอบกระเป๋าแบ็คแพ็ค เขาชอบกระเป๋าที่มีช่องเยอะๆ ใส่ของได้ครบฟังก์ชั่น และใจที่เป็นคนรักสิ่งแวดล้อมอยู่แล้วด้วย “ผมรู้ตัวว่าชอบกระเป๋า และก็อยากทำอะไรที่เกี่ยวกับรักษาสิ่งแวดล้อมไปด้วย ก็เลยเริ่มศึกษา ทำการบ้านหนักมาก ไปเห็นแบรนด์หนี่งในสวิสเซอร์แลนด์ เขาเอาผ้าใบรถสิบล้อมาทำกระเป๋า แล้วทำออกมาสวยมาก อันนี้เป็นจุดเริ่มแรงบันดาลใจเลยเหมือนกัน”

คุณเฟิสทำการรีเสิร์ชอย่างไม่หยุดยั้งว่ามีวัสดุอะไรของบ้านเราที่เหลือใช้ และคงทนแข็งแรงบ้าง จนไปเจอกับกระสอบ “เริ่มจากเห็นกระสอบข้าวของคุณยาย เลยลองเอามาเย็บเองดู ใช้ความรู้จากที่เคยทำแบรนด์ยีนส์มาลองทำ เป็นกระสอบข้าวสีชมพู พอเย็บเสร็จก็ลองเอามาขาย ปรากฏว่าขายได้ เลยตั้งใจศึกษางานจากกระสอบจริงจังขึ้นมา” แล้วคุณเฟิสก็ไปเจอว่ากระสอบที่เวิร์คที่สุดอยู่ที่ไซต์งานก่อสร้างนี่เอง 

กระสอบเม็ดพลาสติกและกระสอบปูนสวย และแข็งแรงที่สุด

กระสอบปูนนี่ล่ะ แข็งแรง และสวย คือมาจากที่เราสงสัยด้วยว่ากระสอบปูนที่เขาไม่ใช้แล้ว เขาเอาไปไว้ที่ไหนกันนะ” คุณเฟิสเตะตากับกระสอบปูน จนไปค้นหาที่ไปของกระสอบว่า พอถูกใช้งานเสร็จแล้ว เขาไปรวมตัวกันที่ไหน “ไปเจอว่าเขาเอากระสอบทุกที่มารวมกันที่โรงหล่อ ทำพลาสติกมือสองขาย เราเลยมองว่ามันทำอะไรได้มากกว่านั้นนี่นา จะได้เพิ่มมูลค่าด้วย ก็ไปหาจนเจอบริษัทที่ทำ ก็เลยคิดดีไซน์ของเราและเริ่มทำออกมาเป็นกระเป๋าแบ็คแพ็ค” จากใบแรก สิบใบแรก ร้อยใบแรก จนวันนี้ SACKITEM กลายเป็นแบรนด์อัพไซเคิลแบรนด์แรกๆ ของไทยแล้วที่ดังไกลไปต่างแดน และก็ยังคงออกไลน์กระเป๋าใหม่ๆ มาไม่เคยหยุด แต่ละใบไม่เหมือนกันสักลาย ชวนให้คนซื้ออยากเป็นเจ้าของใบแรก และใบต่อไปๆ ของแซ็คไอเท็มไปเรื่อยๆ

นอกจากดีไซน์ที่ถ้าใครได้เห็น จะต้องหยิบจับ เปิดแล้วเปิดอีก ในความเป็นผลิตภัณฑ์อัพไซเคิล มีขั้นตอนยากๆ ซ่อนอยู่อีกมาก เหมือนที่คุณเฟิสเล่าว่า “ต้องทำความสะอาดกระสอบทุกใบก่อน ทำกันด้วยมือเราเลย และต้องเลือกกระสอบที่ใช้มาแล้วรอบที่สี่ที่ห้า ถึงจะได้กระเป๋าที่สวย ของเราใช้จากไซต์งานจริง คือเททรายออกมาแล้วเอามาทำความสะอาดเลย ต้องต่อลายให้สวยด้วย” และไม่ได้มีแค่กระสอบปูนเท่านั้น ในงานกระเป๋าของแซ็คไอเท็มยังมีกระสอบน้ำแข็ง กระสอบข้าว ที่มีเป็นร้อยยี่ห้อเพื่อนำมาผลิตเป็นกระเป๋า


ใบแรกที่ขายได้ คนซื้อคือต่างชาติ

ความอินเตอร์ของ SACKITEM เริ่มกันตั้งแต่คุณเฟิสขายกระเป๋าใบแรกได้ “กระเป๋าใบแรกที่ทำเป็นแบ็คแพ็คแบบม้วน เอาแบบมาจากถุงแม็คโดนัลด์ แล้วชื่อแบรนด์เราแปลว่าไอเท็มที่ต้องมี ขาดไม่ได้ เลยคิดว่าแบบนี้ล่ะน่าจะใช่” ปรากฏว่ากระเป๋าใบแรกที่แซ็คไอเท็มผลิตออกมา คนซื้อคือต่างชาตินี่เอง “คนซื้อเป็นต่างชาติเลย เขาบอกว่าชอบเพราะเป็นการรักษ์โลก แล้วก็ใส่ของได้แบบที่เขาต้องการ” คุณเฟิสยังภูมิใจอีกด้วยว่าวัสดุที่ใช้ทำกระเป๋าทั้งหมดมีในไทย เป็นโรงงานขยะในบ้านเราเอง พอชาวต่างชาติมาซื้อมากๆ เข้า คุณเฟิสจึงได้พัฒนาโลโก้แบรนด์ให้อินเตอร์เข้าไปอีก “ผมพยายามทำให้เขารู้สึกว่า เขามาถึงเมืองไทย ก็เลยขอสแต๊มป์ความเป็นไทยลงไป ในโลโก้จะมีคำว่า Bangkok Thailand ผมอยากให้เขาถือไปทั่วโลกแล้วรู้ว่ามาจากเมืองไทย” นอกจากโลโก้จะประทับความเป็นออริจินัลจากไทยแลนด์แล้ว คุณเฟิสยังใส่คำว่า “Reduce Global Warming” ตอกย้ำจิตสำนึกของแบรนด์เข้าไปอีกด้วย

จิตสำนึกนี้เองทำให้คุณเฟิสต่อยอด เพื่อให้คนรุ่นหลังได้นำไอเดียไปต่อยอดด้วยเหมือนกัน เกิดเป็นแล็บเพื่อการเรียนรู้ที่นครนายก จุดมุ่งหมายก็เพื่อให้คนได้มาเรียนรู้ ได้มาดูว่าขยะสามารถพัฒนาเป็นงานแฟชั่นได้จริงๆ คุณเฟิสเล่าด้วยรอยยิ้มอีกว่า “ตอนนี้คิดทุกวันว่าในเมื่อเราอยู่ในจุดนี้ เราเอาขยะมาทำเป็นของใหม่ได้แล้ว ก็เลยอยากให้ลูกค้ากล้าใช้ขยะให้เป็นแฟชั่น พยายามทำให้คนทั่วไปหยิบขยะมาใช้ แล้วมีคนถือกระเป๋าเราไปต่างประเทศทั่วโลกแล้ว คนไทยก็เริ่มเห็นใช้กันเยอะขึ้นด้วย”

SACKITEM ไปไกลถึงต่างประเทศแล้วจริงๆ เพราะวันนี้คุณเฟิสมีช็อปที่เกาหลี อังกฤษ ญี่ปุ่น และฝรั่งเศส เป็นความน่ายินดีอย่างที่สุด ทำให้คุณเฟิสคิดต่อว่าอาจจะเอาขยะจากทะเล เศษโลหะมาทำอะไรที่เป็นงานดีไซน์ใหม่ๆ ที่อาจจะไม่ใช่กระเป๋าแล้วก็ได้ ล่าสุดแซ็คไอเท็มมีทำงานให้มูลนิธิปางช้างไทย เอากระสอบอาหารช้างมาทำความสะอาด ทำเป็นกระเป๋า แล้วมอบให้ปางช้างนำไปขายต่อไป 

แล้วจะไม่ให้ภูมิใจแทนแซ็คไอเท็มได้อย่างไร เพราะในหนึ่งปีแซ็คไอเท็มช่วยลดขยะไปได้ถึง 4-5 ตัน จากขยะที่ท่วมเป็นโกดัง กลายมาเป็นงานแฟชั่นเก๋ๆ เป็นความยินดีอย่างมากด้วยที่สยามดิสคัฟเวอรี่ได้ไปเจอกับคุณเฟิส ได้เป็นที่แรกของศูนย์การค้าที่ได้นำกระเป๋าของ SACKITEM มาวางขาย หนึ่งปีครึ่งที่ผ่านมาแบรนด์นี้ถูกจัดอันดับให้เป็นอันดับต้นๆ ของเบสท์เซลลิ่งอีกต่างหาก พอได้รู้เรื่องราวของเขา ก็คงไม่ต้องแปลกใจ แบรนด์ที่มาจากความคิดอันลึกซึ้ง ต่อยอดให้เกิดประโยชน์กับคนทั้งโลก ขอขอบคุณ คุณธนารักษ์ วรฤทธานนท์ เป็นอย่างมาก 

ใครสนใจอยากมาหยิบจับ SACKITEM กันใกล้ๆ ขอเชิญมาที่ชั้น 4 โซน Ecotopia โซนที่เน้นผลิตภัณฑ์รักโลกทุกชนิด และมีผลิตภัณฑ์แนวนี้จัดวางไว้ในศูนย์การค้าได้ใหญ่ที่สุดในเอเชีย ณ สยามดิสคัฟเวอรี่