EN
×

The Missing Garden สวนลับที่ซ่อนความงดงามอยู่ในใจเรา

ชีวิตคนเมืองที่ยังมีความรักในธรรมชาติ วันนี้เราจะได้แสดงสิ่งนั้นออกมา

ถามตัวเองว่าเวลาเราเหนื่อยๆ ทำไมถึงอยากออกไปเที่ยวธรรมชาติ เพราะสีเขียวของต้นไม้ดึงดูดให้เราได้พักผ่อน สงบจากทุกความวุ่นวายลง แต่ถ้ายังไม่มีเวลาลองเปลี่ยนพื้นที่ในบ้านเล็กๆ ให้กลายเป็นความชุ่มชื่นของหัวใจ เหมือนกับความหลงใหลในต้นไม้ของผู้ชายคนนี้ที่ก่อให้เกิดสวนสวยๆ ภายในบ้านของใครหลายคน

ก่อกฤดิ์ ภาเผ่าสุวรรณ (ก่อ) ผู้ก่อตั้งแบรนด์ The Missing Garden

ครั้งแรกที่เราได้ไปเดินใน Ecotopia ชั้น 4 สยามดิสคัฟเวอรี่ มุมสวนต้นไม้เล็กๆ ที่ทำให้เราเดินผ่านเมื่อไหร่ก็ต้องหันไปมองทุกครั้งว่ามีอะไรให้เรานำไปแต่งบ้านหรือคอนโดเล็กๆ ของเราได้ หลังจากค้นหาตัวเจ้าของแบรนด์ก็พบว่าเป็นชายหนุ่มคุยสนุก คุณก่อ ที่ได้เจอกับเขาแล้วก็เพิ่งได้รู้ว่าจริงๆ แล้วเขามีกิจการทำโรงงานเครื่องหนังมา 10 กว่าปี แล้วมาเกี่ยวข้องกับต้นไม้ได้ยังไง?

“ตอนแรกผมทำเป็นเทรดดิ้ง ซื้อมาขายไป บริษัทจดทะเบียนมาได้ 15-16 ปีมาแล้ว จบเอแบคแล้วไปต่อบริหารที่อเมริกา แต่จริงๆ เป็นคนชอบงานออกแบบ ส่วนตัวชอบงานศิลปะ ตอนเรียนอยู่ที่อเมริกาก็ทำงานตกแต่งบ้าน กลับมาเมืองไทยไปเป็นลูกจ้างที่บริษัทเทรดดิ้งของตกแต่งบ้าน แต่เราทำสักพักแล้วรู้สึกเบื่อเลยออกมาทำเอง ยังไม่รู้ว่าจะทำอะไรดี บ้านผมมีธุรกิจขายผ้าอยู่ที่พาหุรัด จะปลูกฝังมาตั้งแต่เด็กว่าให้มีธุรกิจของเราเอง เลยตั้งบริษัทขึ้นมา เพราะตอนนั้นเราไม่ชอบของที่มีในตลาด เลยทำกล่องจิลเวอรี่หนัง มีทั้งหนังแท้หนังเทียม หลักๆ ผมส่งไปญี่ปุ่น มีไปออกงานแฟร์ต่างประเทศ ผมเป็นคนออกแบบแล้วจ้างเขาผลิต”

โดนก็อปปี้แบบจนต้องรับผิดชอบเงินนับล้าน!

และปัญหาที่ซ้ำซากของคนที่จ้างโรงงานอื่นผลิตก็คือการโดนก็อปปี้ของไปขายเอง คุณก่อเองเล่า “ผมรับออเดอร์หนึ่งมาจากอังกฤษ ประมาณล้านกว่าบาท เราก็ดีลกับผู้ผลิตไปตามปกติ แต่ไปๆ มาๆ เขาบ่ายเบี่ยงไม่ให้เราไปตรวจของ พอถึงเวลาส่งออก เขาบอกเขาไม่ทำแล้วนะ เกิดปัญหาอย่างนี้เราเลยต้องบอกเพื่อนที่อังกฤษ คิดว่าจะชดใช้ยังไงดี แต่ลูกค้าใจดี โอนเงินมาให้ล้านกว่าบาท ผมเลยทำโรงงานเล็กๆ กะว่าทำเสร็จล็อตนี้แล้วจะเลิกทำเลย ตอนนั้นชีวิตผมเองก็เละเทะมาก พังไปหมดไม่อยากทำอะไรแล้ว อยากท่องเที่ยว หาเงินมาเที่ยวอย่างเดียว เราก็คิดว่าทำโรงงานไปก่อนเขาค่อยว่ากัน แต่หลังจากนั้นออเดอร์ก็เข้ามาเรื่อยๆ มีคนงานอยู่ 2 เช่าตึกแถวเดือนละ 5,000 บาทต่อเดือน ซื้อเครื่องจักร ตั้งแต่วันนั้นก็กินเวลาเป็น 10 ปีแล้ว”

ใช้ความรักธรรมชาติออกมาเป็นโปรดักท์ใหม่

หลังจากธุรกิจแรกอยู่ตัวแล้ว คุณก่อเล่าว่าเป็นคนชอบแต่งบ้านและชอบธรรมชาติ เขาเล่าถึงความรู้สึกนั้นได้อย่างอบอุ่นมากๆ “แม่ผมเป็นคนชอบปลูกต้นไม้ เราเป็นลูกติดแม่ด้วย เขาพาไปตลาด ปลูกต้นไม้เราก็ได้ทำด้วย แต่พอเข้าวัยรุ่นเราก็ลืมไป ตอนที่ผมย้ายโรงงานเป็นครั้งที่ 3 เราเริ่มปลูกต้นไม้แล้วอยากได้กระถางกระดาษแบบที่ไม่ใครขายเลยให้ลูกน้องทำ ใช้ washable paper แล้วให้คนที่โรงงานเย็บเอง เป็นกระถางแบบนิ่มๆ ใช้ผ้าใบกันน้ำ tarpaulin เหมือนผ้าใบคลุมรถสิบล้อ แล้วเราก็เอากระถางพวกนี้ไปออกงานแฟร์ เป็นพรอพไม่ได้ตั้งใจขาย พอดีลูกค้าญี่ปุ่นมาถามว่าสั่งได้มั้ย แล้วก็มีโรงเรียนอินเตอร์อยากให้เราไปทำ เพราะเวลาเด็กวิ่งกระแทกแล้วจะไม่อันตราย”
“เริ่มจากจุดนั้นทำให้ได้ทำเป็นงานส่งออก ส่วนในประเทศผมจะขายเป็นพวกกระเป๋า จากนั้นก็มีคนชวนมาขายที่สยามดิสคัฟเวอรี่ เราขอพื้นที่เล็กๆ แต่พอมาดูจริงๆ ได้พื้นที่ค่อนข้างใหญ่ เราเลยใช้เวลา 2 เดือนออกโปรดักท์ใหม่ ผมออกแบบแล้วตัดเย็บเองที่โรงงาน ส่วนถ้าเป็นงานเหล็กหรืองานปูนจะให้เพื่อนทำ ผมค่อยมาฟินิชชิ่งอีกที ลูกค้าส่วนใหญ่จะเป็นญี่ปุ่น ตอนแรกเราก็คิดว่าเอาแนวต้นไม้มาตั้งขายในห้างจะสกปรกมั้ย แต่ฟีดแบ็กดีมากเวลาไปออกบูธ เพราะผมจะเอาของทั่วไปและ garden accessories ไปด้วย”

ของขวัญจากใจเพื่อคนที่มีดีไซน์

คุณก่อเล่าว่าแบรนด์ The Missing Garden เริ่มมาประมาณ 2 ปี เขาใช้ชื่อนี้เพราะรู้สึกว่าลึกๆ คนชอบต้นไม้และธรรมชาติ แต่ด้วยเรามาอยู่ในเมือง อยู่ในคอนโดที่มีพื้นที่จำกัด คนจะไม่ทำกิจกรรมอย่างอื่น ต้นไม้เลยหายไปทั้งที่ในใจยังชอบอยู่เลยกลายเป็น The Missing Garden สวนที่หายไปอยากให้ทุกคนได้มาตามหากัน “สินค้าของผมจะเป็นของชิ้นเล็กๆ เราคิดว่าพยายามทำยังไงให้คนที่ชอบอะไรเขียวๆ กลับมารักธรรมชาติอีกครั้ง ลองหาอะไรเล็กๆ ไปตั้งโต๊ะให้กับคนเมือง เป็นของขวัญให้กัน สินค้าทุกชิ้นเป็นของใหม่หมด แต่ทำให้ดูเก่า เพราะของเก่าดูเป็นของที่มีเรื่องราว บ้านสมัยใหม่โมเดิร์นทุกอย่าง ก็ดูแห้ง ไม่มีชีวิตชีวา ของที่ดูเหมือนใช้มาแล้วจะช่วยดึงเสน่ห์ขึ้นมาได้”

ไม่ตามเทรนด์ใคร แต่เลือกจากสิ่งที่ชอบ

ของที่ทำให้เรานึกถึงแบรนด์ The Missing Garden ที่เอามาใช้ได้ทุกวันก็คือปากกาแท่งเป็นไม้แกะเป็นรูปสัตว์ต่างๆ อย่างช่วงเทศกาลคริสต์มาสก็ออกมาให้เข้ากับซีซันนั้น ไม่นานก็ขายหมด มีแค่ 100 ด้าม “ของทุกชิ้นผมใช้เองหมด จะรู้ว่ามันใช้ได้ ผมไม่เคยเรียนเกษตรมาก่อน ความรู้มาจากการพูดคุยกับพี่ๆ เพื่อนๆ ที่ปลูกต้นไม้ ทุกอย่างไม่มีกฎตายตัว ตอนที่สยามดิสคัฟเวอรี่จัดงานสอนจัดดอกไม้แล้วมีสื่อมา ให้เขาลองทำ 10 นาทีก็เสร็จแล้ว เขาก็ถามว่ามีชื่อเรียกการจัดดอกไม้วิธีนี้มั้ย มีหลักการอะไรหรือเปล่า บางคนบอกต้องจัดให้เป็นสามเหลี่ยม แต่ไม่ว่ารูปทรงไหน ถ้าคุณบอกว่าสวย มันก็อยู่ที่บ้านของคุณ ทุกอย่างมีพื้นฐานแต่สุดท้ายอยู่ที่รสนิยม ต้องพลิกแพลงเอาเอง อย่างลูกน้องของผมเคยไม่เข้าใจ ของใหม่เอามาทำให้เก่าทำให้เลอะ วันที่ส่งของแล้วก็มีออเดอร์ให้ทำเพิ่ม เขาก็งงกันว่าก็ขายได้นะ”
“ฝันของผมจริงๆ อยากมีร้านขายต้นไม้ และจากประสบการณ์ก็อยากให้คนซื้อเข้าใจเรื่องต้นไม้ด้วยเหมือนกัน มีลูกค้า 90% ชอบเห็นชอบดูทำให้เขามีความสุข อีก 10% เท่านั้นที่ชอบปลูกต้นไม้ ผมเห็นลูกค้าชอบถามว่ามีอะไรปลูกง่ายๆ ไม่อยู่อาทิตย์หนึ่งแล้วไม่ตาย ไม่มีหรอกครับ แต่ทุกต้นผมจะลองปลูกก่อน ดูว่าปลูกยากมั้ย ถ้าปลูกยากจะไม่เอามาขาย ในช่วงวาเลนไทน์ก็จะมีกระเช้าต้นไม้ ขายที่สยามดิสคัฟเวอรี่ที่เดียว ผมต้องผสมดินเองให้เหมาะกับคนชอบรดน้ำน้อยๆ อย่างต้นกระบองเพชร”
ก่อนที่จะจบการพูดคุย คุณก่อให้ข้อคิดดีๆ ว่า สังคมเมืองทำให้ชีวิตคนแห้งแล้ง ติดโซเชียล ลองออกจาหน้าคอมพิวเตอร์หรือมือถือไปหาเวลาปลูกต้นไม้ เราจะรู้ได้ถึงความแตกต่าง โต๊ะทำงานที่มีต้นไม้ มาตอนเช้านั่งทำงานความรู้สึกจะเปลี่ยนไป เราจะสดชื่นและอยากคอยดูแล ให้เราคิดถึงสิ่งมีชีวิตอื่นมากกว่าตัวเองบ้าง The Missing Garden อยากเป็นแรงบันดาลใจให้คนปลูกต้นไม้ ปลูกแล้วโชว์เพื่อนได้ ความสดชื่นจะเข้าไปอยู่ในหัวใจของเราตลอดไป ใครอยากเติมธรรมชาติเข้าไปในไลฟ์สไตล์ มาเดินช้อปกันได้ที่สยามดิสคัฟเวอรี่ ชั้น M และ ชั้น 4 Ecotopia เลย